บทความทั้งหมด

“…ให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยเทียน เพื่อจัดหาน้ำช่วยเหลือราษฏร ในเขตตำบลทุ่งกระบ่ำ ตำบลหนองฝ้าย ตำบลหนองโสน อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ให้มีน้ำทำการเพาะปลูกและอุปโภค-บริโภค ได้ตลอดทั้งปี…”

ท่ามกลางความสิ้นหวัง เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2522 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินมายังดินแดนแห่งนี้ และพระราชทานพระราชดำริ ให้สร้างศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ฉะเชิงเทรา ขึ้น

ในอดีตบริเวณคุ้งน้ำเจ้าพระยา ที่ตำบลบางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ มีพื้นที่กว่า 12,000 ไร่ หน้าที่สำคัญของคลองลัดโพธิ์เมื่อครั้งอดีต เคยเป็นเส้นทางสัญจรทางเรือ ใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับการเพาะปลูก รวมทั้งทำหน้าที่ลัดน้ำออกสู่ทะเลอ่าวไทย กว้างเพียง 8-10 เมตร และยาว 600 เมตร แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมืองถูกพัฒนามากยิ่งขึ้น แนวคลองถูกถม เพื่อใช้ก่อสร้าง ทั้งบ้านจัดสรร โรงงานอุตสาหกรรม และถนน ขาดการดูแลรักษา คูคลองจึงตื้นเขินเหลือเพียงแค่ 1-2 เมตรเท่านั้น พื้นที่บริเวณนี้จึงถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ทุกปี ในช่วงน้ำหลาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งฤดูที่มีน้ำท่วมครั้งใหญ่ในกรุงเทพมหานคร เมื่อปี 2538

ลุ่มน้ำแม่กวงเป็นป่าเสื่อมโทรมพื้นที่ภาคเหนือ ที่มีการลักลอบตัดไม้ จนกลายเป็นภูเขาหัวโล้น สภาพดินไม่สามารถปลูกพืชใด ๆ ได้ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2535 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้มีพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ป่าขุนแม่กวงว่า พื้นที่ที่ปลูกป่าแล้ว พื้นที่ที่บุกลุก และพื้นที่ที่จัดสรรให้ราษฎรทำกินเป็นการชั่วคราว ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ควรจะได้มีการปรับปรุงให้เป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธาร มีความชุ่มชื้น สามารถทำกินได้ และจะไม่ทำการบุกรุกอีกต่อไป รวมทั้งยังสามารถจัดเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของราษฎรได้เช่นกัน

เพราะป่าไม้หาย สายน้ำจึงเหือดแห้งไปจากลุ่มน้ำแม่ปิง สาเหตุอันสำคัญที่ทำให้ผู้คนใน 14 หมู่บ้าน ของอำเภอจอมทอง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ และ อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ต้องตกอยู่ในความทุกข์ทน ด้วยความยากจนและแร้นแค้นแหล่งน้ำ จวบจนกระทั่งปี 2526 ขณะศูนย์บริการการพัฒนาพันธุ์ไม้ดอก ไม้ผล บ้านไร่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เข้ามาทดลองปลูกดอกไม้เมืองหนาว ในดินแดนบริเวณนี้ เรื่องราวความทุกข์ยากของราษฎรจึงได้ทราบถึงองค์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงได้พระราชทานพระราชดำริ ให้จัดตั้งโครงการและสร้างอ่างเก็บน้ำสาขาต่าง ๆ ในลุ่มแม่น้ำปิง เพื่อกักเก็บน้ำและส่งให้กับราษฎรที่ได้รับความเดือนร้อน ให้พัฒนาจัดสรรเป็นที่ทำกินให้แก่ราษฎร พื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำให้อนุรักษ์เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร เพื่อได้มีความอุดมสมบูรณ์ต่อไป

“…ให้พิจารณาวางโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อจัดหาน้ำช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกของราษฎรที่ขาดแคลนน้ำในเขตจังหวัดต่างๆ ในจังหวัดกาญจนบุรี…”

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พื้นที่ลุ่มน้ำแม่อาวถูกราษฎรบุกรุก เพื่อใช้เป็นที่ดินทำกิน ทำให้ทรัพยากรป่าไม้ ถูกทำลาย และลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว จากพื้นที่ลุ่มน้ำอันอุดมสมบูรณ์ กลายสภาพเป็นป่าเสื่อมโทรม

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปยังอำเภอศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย พระองค์ทรงได้เยี่ยมราษฎร และได้ทรงมีกระแสพระราชดำรัสว่า “บริเวณที่ตั้งอยู่ใกล้ป่าต้นน้ำห้วยทอน สมควรที่จะพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อช่วยเหลือราษฎรมีน้ำในการเพาะปลูก พัฒนาอาชีพให้มั่นคงและพัฒนาหมู่บ้าน ในรูปหมู่บ้านป่าไม้เพื่อป้องกันไม่ให้ราษฎรเข้าไปบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ”

จากอดีตอันรุ่งโรจน์ ศูนย์กลางผลิตข้าว เมืองท่าแห่งการค้าขายทางทะเล ที่สำคัญสายหนึ่งมาแต่ครั้งโบราณกาล ความหลากหลายทางชีวภาพ และความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ เหมาะแก่การปลูกข้าวเป็นอย่างยิ่ง ปากพนังจึงกลายเป็นแหล่งผลิตข้าวที่สำคัญ เป็นศูนย์กลางการค้าข้าว ส่งออกที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ แต่แล้วความรุ่งโรจน์แห่งเมืองท่า ก็เข้าสู่จุดเปลี่ยนแปลง เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 และวาตภัยแฮเรียดแหลมตะลุมพุก ทำลายนาข้าว ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ บ้านเรือน และชีวิตผู้คน เมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ประชากรเพิ่มขึ้น แหล่งทำกินน้อยลง จากการใช้ที่ดินและทรัพยากรในพื้นที่อย่างรีดเค้น บุกรุก ทำลาย ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดความล่มสลายในการประกอบอาชีพของราษฎรในพื้นที่ ระบบนิเวศเสียสมดุลอย่างรุนแรง ราษฎรไม่สามารถประกอบอาชีพได้ดังเดิม พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงห่วงใยในความเดือนร้อนของราษฎร

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงห่วงใยในปัญหาดังกล่าว จึงมีพระราชดำริ ทำโครงการแหลมผักเบี้ย เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2533 เพื่อจัดการเรื่องการบำบัดน้ำเสีย และขยะ โดยมีหลักสำคัญ 3 ประการ คือ การให้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ การใช้เทคโนโลยีอย่างง่าย และเน้นความประหยัด สามารถปรับใช้ได้กับตามแต่วัสดุในท้องถิ่น

ในอดีต บริเวณอ่าวคุ้งกระเบนจังหวัดจันทบุรี พื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันออก ที่อุดมด้วยทรัพยากรอันมีค่า มีสภาพเสื่อมโทรมจากการทำประมงที่ผิดวิธี การจับสัตว์น้ำที่เกินกำลังการผลิตของธรรมชาติ ประการสำคัญคือพื้นที่ชายฝั่่งถูกบุกรุกทำลาย ส่งผลให้น้ำทะเลรุกร้ำพื้นที่ราบลุ่มทางการเกษตร จนเกิดปัญหาดินเค็มและผลผลิตได้รับความเสียหาย นำไปสู่การบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ บริเวณภูเขาเพื่อปักหลักพื้นที่ทำกินใหม่ ด้วยเหตุนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงมีพระราชดำริให้พิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสม จัดทำโครงการพัฒนาอาชีพการประมงและการเกษตรในเขตพื้นที่ดินชายฝั่งทะเลของจังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2524 ให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้มกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้น โดยทำหน้าที่ศึกษาวิจัยและพัฒนาอาชีพการประมงและการเกษตร ภายใต้แนวคิด “การพัฒนาจากยอดเขา สู่ท้องทะเล” บูรณาการความรู้ทางวิชาการ ควบคู่ไปกับภูมิปัญญาคนในท้องถิ่น

เมื่อปี พศ ๒๔๙๘ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไป 15 จังหวัดของภาคอีสาน ทรงทอดพระเนตรเห็นความแห้งแล้งอย่างรุนแรง ขาดน้ำในการดำรงชีวิตและในการเกษตร ด้วยพระอัจฉริยะภาพของพระองค์ ทรงสังเกตเห็นบางสิ่ง จนมีพระราชดำรัสว่า... “...เงยดูท้องฟ้า มีเมฆ ทำไมมีเมฆอย่างนี้ ทำไมจะดึงเมฆนี่ลงมาให้ได้ ก็เคยได้ยินเรื่องการทำฝน ฝนทำได้ มีหนังสือ เคยอ่านหนังสือทำได้...”

จากปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 2538 เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ซึ่งเรื้อรังกว่า 2 เดือน ส่งผลให้น้ำท่วมหนักในเขตกรุงเทพและปริมณฑล สาเหตุมาจากพื้นที่ป่าลดลง ไม่มีพื้นที่ซับน้ำจากภูเขา เมื่อน้ำมาถึงชุมชนเร็วแต่กลับมีสิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ำในเขตเมือง ทำให้น้ำระบายสู่ทะเลช้าลง และก็เอ่อท่วมหนัก สร้างความลำบากให้แก่ประชาชน และทำลายเศรษฐกิจประเทศ

“…ให้ดำเนินการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขาตามแนวเทือกเขาบรรทัด โดยทรงพระราชทานแนวทางพัฒนา 3 ด้าน คือ พัฒนาด้านที่อยู่อาศัย พัฒนาด้านการส่งเสริมการประกอบอาชีพ และพัฒนาจิตใจของราษฏร…”

ในอดีต บึงมักกะสันเป็นแหล่งน้ำอยู่ในเขตโรงงานรถไฟ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ขุดขึ้นในปี 2474 เพื่อใช้เป็นแหล่งระบายน้ำ รองรับน้ำเสียและน้ำมันเครื่องจากโรงงานรถไฟ ประกอบกับรอบบึงมีชุมชนแออัด ซึ่งส่วนใหญ่ได้ปล่อยสิ่งปฏิกูลและขยะมูลฝอยลงสู่บึงมักกะสัน จนเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมและน้ำเน่าเสีย

“…ควรพิจารณาวางโครงการ และก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก และฝายทดน้ำตามลำห้วยสาขาของลำน้ำแม่ลาว เพื่อจัดหาน้ำให้ราษฎรในหมู่บ้านต่างๆ ในเขตอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา สามารถทำการเพาะปลูกได้ทั้งในฤดูฝน และฤดูแล้ง อีกทั้งให้มีน้ำไว้เพื่อการอุปโภค – บริโภค ตลอดไปด้วย…”

โครงการส่งเสริมอาชีพในผู้สูงอายุ ปัจจุบันสภาวะทางเศรษฐกิจได้มีการถดถอยอย่างรุนแรงทำให้ในหลายพื้นที่ต้องมีการปรับตัวอยู่เสมอ ในพื้นที่ตำบลมะเกลือใหม่ อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา เป็นชุมชนที่มีปริมาณคนว่างงานสูงถึงร้อยละ 30 ของประชากรเนื่องจากคนในชุมชนบางส่วนไม่มีพื้นที่ทำกินเป็นของตนเอง ทำให้ประชากรกลุ่มนี้ประกอบอาชีพรับจ้างและทำให้มีรายได้ที่ไม่แน่นอนขาดความรู้เรื่องการต่อยอดและการพัฒนาอาชีพ ซึ่งจากสถานการณ์นี้องค์การบริหารส่วนแนวทางในการแก้ไขปัญหา ให้กับประชาชนในพื้นที่ท่านโครงการส่งเสริมอาชีพผลิตน้ำยาเอนกประสงค์และยาหม่องให้ผู้สูงอายุผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ตำบลมะเกลือใหม่ซึ่งเป็นการช่วยลดรายจ่าย สร้างรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุคนพิการผู้ด้อยโอกาส บรรดาผู้สูงอายุที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้มีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถร่วมกิจกรรมได้และวิธีการทำก็ไม่ยุ่งยากสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ผลักดันจัดตั้งกลุ่มอาชีพเสริมผู้สูงอายุบนพื้นฐานของทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสทางด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสังคม จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและอีกทางหนึ่งด้วย

โครงการสีคิ้วโมเดล ถือเป็นการขับเคลื่อนและยกระดับการทำการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยแต่ปราศจากสารเคมี เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ประกอบอาชีพทางการเกษตรที่สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับตนเองและครอบครัว ซึ่งจะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เข้มแข็ง อีกทั้งโครงการสีคิ้วโมเดลนั้นสอดคล้องตามยุทธศาสตร์ประเทศไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลอีกด้วย ที่มีการส่งเสริมให้นักศึกษาได้เรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์เพื่อลดต้นทุนเพิ่มมูลค่าเพิ่ม ที่สำคัญยังเป็นการสร้างรายได้ระหว่างเรียนให้กับนักศึกษาอีกด้วย

จากอดีตจนถึงปัจจุบันชีวิตของคนไทยจะมีความเป็นอยู่ที่มีความละเอียด พิถีพิถันในหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินซึ่งจะเห็นได้จากความหลากหลายของอาหารไทยที่มีการปรับแต่งให้มีความสวยงามน่ารับประทาน มีความอร่อยจนเป็นที่นิยมจากนานาชาติ เครื่องปรุงอาหารไทยที่สำคัญก็คือเครื่องแกงต่างๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตอาหารทุกครัวเรือน ทำจากเครื่องเทศและสมุนไพรที่เป็นพืชผลทางเกษตรที่มีอยู่ในท้องถิ่นจำนวนมาก พืชผลเหล่านี้มีอายุในการเก็บรักษาไม่ยาวนานและมีปริมาณที่ไม่แน่นอน จึงต้องเกิดการแปรรูปให้ตรงกับพฤติกรรมการรับประทานอาหารของผู้บริโภค ซึ่งทำให้เกิดการรวมกลุ่มเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองเกตุใหญ่ ผลิตพริกแกงที่มีคุณภาพสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี

“…ให้จัดตั้งมูลนิธิช่วยเหลือนักเรียนขาดแคลนในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แก่ มูลนิธิภูมิพล และมูลนิธิอานันทมหิดล เพื่อช่วยเหลือการศึกษาและการทำปริญญานิพนธ์ หรือการวิจัยให้แก่บัณฑิต และพระราชทานแก่บัณฑิตที่ได้คะแนนยอดเยี่ยมในสาขาวิชาต่างๆ ในการไปศึกษาต่อในต่างประเทศ อันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเมื่อนักศึกษาทุนกลับสู่ประเทศไทย…”

“…ให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบน และอุโมงค์ลอดใต้ภูเขา ผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำในจังหวัดมุกดาหาร ส่งให้พื้นที่เพาะปลูกอำเภอเขาวง แก้ภัยแล้งได้ยั่งยืน…”

“…ให้กรมประมงรักษาพันธุ์แท้ไว้ในสวนจิตรลดา ทั้งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าปลาดังกล่าวมิได้กลายพันธุ์ไป ขอให้เร่งรัดเรื่องพันธุกรรม ถ้าหาพ่อแม่พันธุ์ไม่ได้ก็เอาที่สวนจิตรลดา…”

นอกจากจะมีของดีมีคุณภาพแล้ว ยังมีการบริหารจัดการด้านพลังงานแบบครบวงจรในชุมชน เพื่อเป็นการลดต้นทุนทางด้านพลังงาน กลุ่มกล้วยกวนแม่จำนงค์ได้นำเตาเศรษฐกิจประยุกต์และเตาแก๊สชีวมวล นำมาใช้ประโยชน์ในการลดต้นทุนสร้างรายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นและที่สำคัญยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้ทำให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มนี้สามารถคว้ารางวัสดุยอดคนพลังงานปี 2561 ในสาขาวิสาหกิจลดการใช้พลังงานยอดเยี่ยมในระดับประเทศได้

สมุนไพรไทยเป็นเศรษฐกิจหลักทางรอดของเศรษฐกิจไทย เพราะเป็นเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของวัตถุดิบที่มีอยู่แล้วในประเทศไทย และเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของคนไทย จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ทำให้ตลาดสมุนไพรไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว กลายเป็นโอกาสของสมุนไพรไทยหลายๆ ตัวไม่ว่าจะเป็นฟ้าทะลายโจร กระชาย เนื่องจากพบว่ามีฤทธิ์ต้านไวรัส covid-19 ได้ดีรวมถึงแผนการรักษาสุขภาพของคนรุ่นใหม่ที่นิยมใช้สมุนไพรประกอบกับนโยบายในการส่งเสริมการใช้สมุนไพรของรัฐบาล ที่ส่งเสริมให้ประชาชนนั้นหันมาใส่ใจดูแลเรื่องสุขภาพมากขึ้น

โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดขึ้น คือ โครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร ซึ่งเป็นการพลิกชีวิตคนเมืองสู่อาชีพเกษตรกรรมใน บ้านเกิดโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ จะดำเนินการร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีอยู่ในแต่ละจังหวัด สนับสนุนให้ลูกหลานสมาชิกสหกรณ์หรือบุคคลทั่วไป ที่ประกอบอาชีพในกรุงเทพฯ หรือในจังหวัดต่างๆ นั้น กลับมาทำอาชีพการเกษตรที่บ้านเกิดของตนเอง โดยสหกรณ์การเกษตรจะเป็นศูนย์กลางในการสร้างอาชีพการเกษตรที่มั่นคงการบริหารจัดการครบวงจร ตั้งแต่การผลิตจนถึงการจัดหาช่องทางการจำหน่าย ซึ่งโครงการนี้มีระยะเวลาในการดำเนินการ 3 ปีแล้วตั้งแต่ปี 2563-2565 ซึ่งเป็นช่วงที่สังคมไทยกำลังตกอยู่ในภาวะยากลำบาก ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค covid-19 โครงการนี้จะตอบโจทย์กับสถานการณ์ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรไทยที่กำลังเผชิญอยู่ได้เป็นอย่างดี

“การดำริสร้างสถานศึกษานี้ขึ้น ก็เพื่อจะได้ช่วยเหลือเด็กผู้พลอยประสบเคราะห์กรรมให้มีสถานที่เล่าเรียน ซึ่งโดยธรรมชาติควรมีสิทธิ์ที่จะกระทำสิ่งใดได้เช่นผู้อื่น การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่โชคชะตาบันดาลให้ต้องเกิดมาในภาวะเช่นนี้ย่อมเป็นกุศลและเป็นการช่วยเหลือประเทศชาติ เพราะเด็กเช่นว่านี้เมื่อได้รับการศึกษา อบรมด้วยดีเติบโตขึ้นก็จะเป็นพลเมืองที่ดีเป็นประโยชน์แก่ตนเองและชาติบ้านเมืองในอนาคต”

“…ให้ก่อสร้างถนนวงแหวนรอบใน (ถนนรัชดาภิเษก) โดยสร้างถนนเพิ่มขึ้นในรูปแบบของถนนวงแหวนรอบ (Ring Road) และถนนยกระดับ (Elevated Road) เพื่อเป็นของขวัญแก่ประชาชนทั่วไป…”

“สิ่งโสโครกจากบ้านเรือนที่ให้เทศบาลสูบไป มักนำไปปล่อยลงคลอง ลงแม่น้ำ ถ้าหาที่แห่งหนึ่งนอกเมือง ทำถังหมักสิ่งโสโครกไว้ 10 วัน สิ่งที่เป็นสิ่งโสโครกก็หายโสโครกเชื้อโรคอะไรก็หมดไป ถ้าให้ดีเอาไว้ 28 วัน ให้มันจริงๆจังๆ พวกเชื้อที่ร้ายแรงที่ยังมีอยู่ก็หมด แม้แต่กลิ่นก็หายหมด เสร็จแล้วเอามาตากใช้ประโยชน์ได้ ทั้งส่วนที่เป็นของแข็งและส่วนที่เป็นน้ำเป็นปุ๋ยที่ไม่เหม็น เทศบาลต่างๆ ที่มีปัญหานี้ก็ต้องพยายามพิจารณาว่าจะทำอะไรต่อไป”

“…ให้พัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำลำนางรอง โดยสร้างอ่างเก็บน้ำคลองมะนาวที่หมู่บ้านโนนดินแดง ตำบลโนนดินแดง และสร้างเขื่อนลำนางรอง เพื่อควบคุมการจัดสรรน้ำให้แก่เกษตรกรในการเพาะปลูกพืช…”

พื้นที่ใหม่ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เต็มไปด้วยทรัพยากรป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีพื้นที่ที่เป็นป่าชายเลนใหญ่ที่สุดนับหมื่นไร่อยู่ในดินแดนแห่งนี้ เป็นเสมือนขุมทรัพย์ทางธรรมชาติ ที่นักวิจัยทั้งไทยและชาวต่างชาติอยากจะเข้ามาศึกษากันและ ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวไทยที่มีชื่อเสียงในระดับโลกก็เล็งเห็นศักยภาพของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วก็ได้ก่อตั้งเครือข่ายสมุนไพรในนามลังกาสุกะโมเดลขึ้น โครงการลังกาสุกะโมเดลเกิดจากแนวของ ศ.ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ เภสัชกรหญิงของไทยผู้โด่งดังระดับโลก ในฐานะผู้คิดค้นยาต้านไวรัสเอดส์และยังพัฒนายาอีกหลายชนิดซึ่งผลงานของเภสัชกรหญิงชาวไทยทำให้ผู้คนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นคนจนคนรวยก็สามารถเข้าถึงยารักษาสั้นไวรัสเอดส์ได้อย่างเท่าเทียมกัน นั่นจึงเป็นที่มาของการตัดสินใจที่จะนำความรู้ด้านเภสัชกรรมของตนเองมาช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

Powered by MakeWebEasy.com