บทความทั้งหมด

“...ให้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวง เพื่อแก้ปัญหาการปลูกพืชเสพติด โดยให้โครงการหลวงพิจารณาปรับปรุงและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรกลุ่มบ้านห้วยตอง... ”

ความเดือดร้อนทางด้านเศรษฐกิจ ที่มีผลกระทบมาจากปัญหาทางด้านสังคม และการก่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลก็มีการกำหนดนโยบายในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนมาโดยตลอด ปัญหาที่สำคัญมากที่สุดคือ เมื่อประชาชนว่างงาน ยากจน ก็มักมีโครงการฝึกอาชีพหรือส่งเสริมกิจกรรมให้กับคนที่ไม่มีความพร้อม การลงทุนของรัฐจึงมักสูญเปล่า จากการแก้ปัญหาที่ผ่านมา เพื่อเป็นการแก้ปัญหาและเสริมช่องว่างดังกล่าว จึงได้มีประชาชนจิตอาสารวมตัวกันเพื่อคิดแก้ไข ปัญหานี้ร่วมกับทางราชการ โดยให้ราชการหนุนการทำงานของพวกเขา

“….ทรงรับสั่งให้โครงการหลวงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาโดยกรมพัฒนาที่ดินและกรมชลประทานได้ดำเนินการสำรวจจัดสรรพื้นที่ดินทำกินให้แก่ราษฎร และพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาไม่มีที่ดินทำกินและขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ป่าทุ่งอีเริง...”

จากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การแก้ปัญหาในพื้นที่ ต้องใช้ความละเอียดอ่อนในการแก้ปัญหาอย่างเฉพาะจุด จึงทำให้ภาครัฐที่เข้ามาทำหน้าที่แก้ไขปัญหา ต้องใช้ความรู้ความสามารถ และใช้ต้นทุนของทรัพยากรบุคคลในพื้นที่เข้ามาร่วมแก้ปัญหาร่วมกัน

จากปัญหายาเสพติดสู่การรวมตัวกันของจิตอาสาประชาสังคมที่เรียกว่า “จิตอาสาญาลันนันบารู” จากผลการสำรวจปัญหาที่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องการให้รัฐช่วยเหลือ อย่างเร่งด่วนมากที่สุด ที่สำคัญมี 2 ด้าน คือปัญหายาเสพติด และปัญหาด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกันมาโดยตลอด ครอบครัวใดที่มีปัญหา ยาเสพติดก็จะทำให้มีปัญหาความยากจนตามมา ครอบครัวใดที่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจก็มักจะส่งผลให้เกิดปัญหายาเสพติด ด้วยเสมอ ทำให้เกิดความยากจนซ้ำซากวนเวียนอยู่ในสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่สิ้นสุด

นับแต่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงขึ้นครองราชย์ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 พระองค์ทรงดำรงไว้ซึ่ง ธรรมทั้งปวงและทรงเปรียบประดุจแสงชัชวาลที่สาดส่อง นำการพัฒนาประเทศ ให้มั่นคงยั่งยืนมาเป็นเวลาอันยาวนาน ด้วยพระปณิธานอันแกร่งกล้าที่จะทรงเสียสละประโยชน์ส่วนพระองค์ เพื่อพสกนิกรชาวไทย และทรงถือว่าทุกข์ของพสกนิกร คือ ทุกข์ของพระองค์ ดั่งพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดจำนวนมาก เนื่องด้วยปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ สังคม โดยเฉพาะเยาวชนมีการศึกษาน้อย ว่างงาน ยากจน ไม่เคร่งครัดในศาสนา และมีค่านิยมแนวใหม่เกิดขึ้น ทำให้ไม่มีเป้าหมายในชีวิต เป็นเหตุให้ใช้ยาเสพติดมากขึ้น นับเป็นภัยซ้ำเติมให้พ่อแม่ต้องได้รับความเดือดร้อนอัตคัดคับแค้นหนักยิ่งขึ้น แม้บำบัดหายแล้วก็กลับไปอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบเดิมที่ยังมีปัญหาการแพร่ระบาด ก็มักหวนกลับไปเสพซ้ำอีก

“….ให้หาพื้นที่ปลูกสตรอว์เบอร์รีให้แก่ชุมชนบ้านช่างเคี่ยน เนื่องจากทรงสนพระทัยงานของฟาร์มฟูซูซานของหน่วยทหารผ่านศึกของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เพราะเป็นพื้นที่ที่ตั้งบนภูเขาแบบเดียวกับพื้นที่โครงการหลวง โดยขณะนั้นได้พื้นที่ป่าสะเมิง (บ้านป่าเลา) ปัจจุบันเป็นพื้นที่ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา...”

ปราชญ์ หมายถึง ความรู้ นักปราชญ์ก็คือผู้ที่รักในความรู้ ความรู้ที่ยกย่องกันก็มี 2 แบบ คือ ความรู้แบบแนวราบกับแนวดิ่ง - แนวราบ ก็คือ รู้ทุกเรื่อง แต่อาจจะไม่รู้ลึก - แนวดิ่ง คือ ความรู้เจาะลึกเป็นเรื่องๆ

“….ให้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก จ.เชียงใหม่ขึ้น โดยทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนดำเนินงาน เพื่อกเป็นศูนย์พัฒนาสาธิตและส่งเสริมการเพาะเห็ดหอมและกาแฟ เป็นอาชีพเสริมให้ราษฎรในพื้นที่ นอกเหนือจากอาชีพการปลูกเมี่ยง...”

เศรษฐกิจพอเพียง คือ ปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริชี้แนวทางการดำเนินชีวิตให้แก่พสกนิกรชาวไทยมาอย่างยาวนาน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลาง และความไม่ประมาท ด้วยองค์ประกอบของหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข

“...ให้หน่วยงานในพื้นที่ช่วยกันพิจารณาปรับปรุงและพัฒนาบ้านขุนวาง เพื่อแก้ปัญหาการปลูกพืชเสพติด โดยเอกอัครราชทูตอเมริกาได้รับสนองนโยบาย และสนับสนุนงบประมาณสมทบในการดำเนินงานศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง...”

“...ให้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ เพื่อลดพื้นที่การปลูกฝิ่นของชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยงในหมู่บ้านขุนแปะ และหมู่บ้านจร โดยหาพืชอื่นที่มีรายได้มากกว่าฝิ่นมาทดแทนให้ชาวเขาทำกินในพื้นที่อย่างถาวร และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในหมู่บ้าน...”

“...ให้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแกน้อย โดยพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ ทรงให้มูลนิธิโครงการหลวงดำเนินการขึ้นในเขตหมู่บ้านแกน้อยและไชยา หมู่ 9 ต.เมืองนะ เพื่อแก้ปัญหาการปลูกฝิ่นและติดฝิ่นของราษฎรที่อาศัยอยู่ ณ บ้านแกน้อย... ”

“...ให้ก่อตั้งโครงการหลวงอินทนนท์ขึ้น โดยใช้ชื่อว่าโครงการหลวงอินทนนท์ เพื่อแก้ไขปัญหาการปลูกฝิ่นในพื้นที่ดอยอินทนนท์ เพื่อไม่ให้มีการอพยพโยกย้ายราษฎรไปอยู่พื้นที่อื่นแทน และกันไม่ให้มีการอพยพราษฎรจากที่อื่นมาเพิ่มในพื้นที่ ต่อมาในปี 2550 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์... ”

เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จประพาสทางภาคเหนือ พระองค์ทอดพระเนตรการปลูกฝิ่น การตัดไม้ทำลายป่า เพื่อทำไร่เลื่อนลอย และ ความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นของราษฎรชาวไทยภูเขา จึงมีพระราชดาริให้ริเริ่มโครงการหลวง เพื่อสร้างอาชีพให้กับกลุ่มชาวไร่และชาวเขา ส่งเสริมให้ปลูกพืชผักผลไม้เมืองหนาว ทดแทนการปลูกฝิ่น ไม่ว่าจะเป็นพีช ท้อ บ๊วย และสตอเบอรี่ ที่ให้ราคาสูง อันส่งผลให้ปัญหายาเสพติด ภัยแล้ง และความยากจนของราษฎร ค่อยบรรเทาลง

เมื่อปี 2552 ขณะที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงประทับที่พระราชวังไกลกังวล มีราษฎรนำหัวมันมาถวาย พระองค์ท่านได้ทรงนำหัวมันวางบนตราชั่งโบราณในห้องทรงงาน บนพระตำหนักเปี่ยมสุข ก่อนเสด็จกลับกรุงเทพมหานคร และเมื่อเสด็จกลับมาพระราชวังไกลกังวล ทรงพบว่าหัวมันที่วางอยู่บนตราชั่งนั้น มีรากและใบอ่อนงอกขึ้นจากหัวมัน

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงให้ความสำคัญกับงานสาธารณสุขเป็นอย่างยิ่ง ดังจะเห็นได้ว่าโครงการที่พระราชทานให้กับประชาชนในระยะแรกๆ เป็นการพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการก่อสร้างสถานบริการสาธารณสุข และระยะต่อมาเป็นโครงการพัฒนาสุขภาพอนามัยให้แก่ประชาชน โดยในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรแต่ละครั้ง พระองค์ได้โปรดฯให้คณะแพทย์ในขบวนเสด็จ ทำการตรวจรักษาราษฎร และทรงพบว่าราษฎรจำนวนมากขาดการดูแลรักษาในด้านสุขภาพอนามัย โครงการหน่วยแพทย์พระราชทานจึงได้ถือกำเนิดขึ้นในปี ๒๕๑๐ ต่อมาโครงการพระราชดำริด้านการแพทย์ จึงได้ขยายขอบข่ายออกไปอย่างกว้างขวาง

จากการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมพสกนิกรในพื้นที่ต่าง ๆ ด้วยมีพระราชประสงค์ที่จะเห็นประชาชนอยู่ดีมีสุข โดยเฉพาะเกษตรกรรม ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพหลักของประเทศ จึงทำให้เกิด “โครงการส่วนพระองค์เกี่ยวกับการเกษตร สวนจิตรลดา” ภายในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในปี2504 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษา ทดลองและวิจัยหาวิธีแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรต่างๆ แล้วนำผลการศึกษามาประยุกต์ใช้เป็นแบบอย่างในการนำไปปฏิบัติตาม

มีคนอีกเป็นจำนวนมาก ที่ขาดโอกาสทางด้านการศึกษา เรื่องทุนทรัพย์อาจจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้ไม่สามารถเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาได้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเข้าพระราชหฤทัยอย่างลึกซึ้ง ถึงเหตุที่ทำให้ราษฎรจำนวนไม่น้อย ยากไร้ ขาดโอกาสเล่าเรียน ไม่มีอาชีพ ไม่สามารถเลี้ยงตนเองได้ ทรงให้ความสำคัญในเรื่องการศึกษา และทรงรำลึกถึงวิธีการประสิทธิ์ประสาทวิชาของครูบาอาจารย์ในโบราณกาล เช่นพระดาบส

“…ให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ทําหน้าที่เสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต หรืออีกนัยหนึ่งเป็น สรุปผลการพัฒนา ที่ประชาชนจะเข้าไปเรียนร้และนําไปปฏิบัติได้…”

“…เพื่อช่วยให้ชาวเขามีพื้นที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้มีรายได้ที่มั่นคง โดยการนำพืชเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดให้เกษตรกรปลูก พร้อมทั้งให้คำแนะนำด้านเทคโนโลยีการผลิต การใช้สารเคมีที่ถูกต้องและปลอดภัย ตลอดจนให้เกษตรกรใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักการอนุรักษ์ดิน และน้ำ...”

“…ให้เร่งศึกษาในรายละเอียดและวางแผนการดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก และขนาดกลางตามแถบที่ราบเชิงเขา ในเขตจังหวัดนครนายกและจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อช่วยเหลือราษฎรบริเวณที่ราบเชิงเขาซึ่งขาดแคลนน้ำใช้ทำการเกษตรทุกปี...”

จากการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงทราบถึงปัญหาและความเดือนร้อนของเหล่าพสกนิกรชาวเกษตรกร ที่มีอยู่มากมาย จึงได้พระราชทานแนวคิดทฤษฎีใหม่ เพื่อนำไปสู่ความสามารถในการพึ่งตนเองได้

ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเล็งเห็ทุกข์สุขของประชาชน จึงก่อให้เกิดโครงการสะพานภูมิพล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อคลี่คลายปัญหาจราจร ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และมุ่งอำนวยความสะดวกให้เป็นเส้นทางขนส่งเชื่อมโยงย่านอุตสาหกรรม เพื่อให้รถบรรทุกขนาดใหญ่ไม่ต้องวิ่งเข้าไปในตัวเมือง ช่วยลดการจราจรติดขัด

“ดิน” เป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญอย่างหนึ่งเคียงคู่กับ “น้ำ” ในการทำเกษตร แต่ถ้ามีดินเลว ปราศจากซึ่งธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเติบโตของพืช ก็เป็นการยากต่อการปลูกพืชได้ จากการทำเกษตรที่ชาวบ้านมีการใช้สารเคมีเป็นระยะเวลานาน และการเผาหน้าดิน เพื่อเป็นการเตรียมหน้าดินสำหรับการเกษตรครั้งต่อไป ยิ่งทำให้ดินเสื่อมโทรม ขาดแร่ธาตุ ขาดน้ำ จนกลายเป็นดินเค็ม ดินเปรี้ยว และ ดินแข็ง

หญ้าแฝก เส้นหญ้าที่ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์นั้น กลายมาเป็น หญ้ารักษาแผ่นดิน การชะล้างพังทลายของดิน ถือเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งมีผลต่อการเสื่อมโทรมของทรัพยากรดิน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงตระหนักถึงความสำคัญ และการจำเป็นในการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ จึงพระราชทานพระราชดำริ ให้มีการนำหญ้าแฝกมาใช้ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน และปรับปรุงสภาพแวดล้อม ให้ดีขึ้น

ย้อนไปเมื่อครั้งอดีต จังหวัดนราธิวาสที่เป็นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 300000 ไร่ มีน้ำขังตลอดปี ถึงแม้จะระบายน้ำออกหมดแล้วก็ตาม ยังยากที่จะใช้ประโยชน์ทางการเกษตรให้ได้ผล ทั้งนี้เนื่องจากดินมีสารประกอบ Fes2 (ไพไรต์) ทำให้มีกรดกำมะถัน เมื่อดินแห้งทำให้ดินเปรี้ยว ราษฎรในภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาส ต้องประสบกับความทุกข์ยาก เกษตกรไม่มีพื้นที่ทำกิน เนื่องจากที่ทำกินส่วนใหญ่เป็นพื้นที่พรุ มีสภาพเป็นดินเปรี้ยวจัด ไม่สามารถทำการเกษตรใดๆ ได้เลย

ก่อนปี พศ 2528 พื้นที่ตำบลเขาชะงุ้ม เกิดวิกฤติที่ดินเสื่อมโทรมอย่างหนัก จากการใช้ที่ดินผิดวีธี ทำให้พื้นดินบริเวณนี้เสื่อมโทรมมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ไร้ป่า ไร้การเพาะปลูก  ราษฎรได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายที่ดิน จำนวนประมาณ 700 ไร่ โดยหวังว่าพื้นที่แห่งนี้จะสามารถพัฒนาให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ดังเดิม พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับที่ดินผืนนี้ไว้ในพระปรมาภิไธย และได้พระราชทานพระราชดำริให้ทดลองด้านการปรับปรุงดินที่เสื่อมโทรม ก่อเกิดโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเชาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้น้อมนำแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาดิน น้ำ ป่า รวมถึงเกษตรกรรม

ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน จ.เพชรบุรี มีฝูงเนื้อทรายอาศัยอยู่จำนวนมาก จึงเป็นที่มาของ ห้วยทราย นามที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่า และทรัพยากรธรรมชาติ  แต่แล้วเมื่อผืนป่าถูกบุกรุกเพื่อทำไร่ จึงทำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ขาดแหล่งน้ำ ดินเสื่อมคุณภาพ ราษฎรไม่สามารถทำการเกษตรได้อีก

Powered by MakeWebEasy.com