หลักปรัชญาของ "เศรษฐกิจพอเพียง"

เศรษฐกิจพอเพียง 

    คือ ปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริชี้แนวทางการดำเนินชีวิตให้แก่พสกนิกรชาวไทยมาเป็นระยะเวลานาน ในช่วงตั้งแต่ก่อนการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ เพื่อมุ่งให้พสกนิกรได้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างยั่งยืน มั่นคง และปลอดภัย ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามกระแสโลกาภิวัฒน์ อีกทั้งพระองค์ยังได้ทรงพระราชทานความหมายของ เศรษฐกิจพอเพียง เอาไว้เป็นภาษาอังกฤษว่า Sufficiency Economy ดังพระราชดำรัสที่ได้ทรงตรัสไว้เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2554

แนวคิด

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้พัฒนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อที่จะให้พสกนิกรชาวไทยได้เข้าถึงทางสายกลางของชีวิตและเพื่อคงไว้ซึ่งทฤษฏีของการพัฒนาที่ยั่งยืน ทฤษฎีนี้เป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิตซึ่งอยู่ระหว่าง สังคมระดับท้องถิ่นและตลอดระดับสากล จุดเด่นของแนวปรัชญานี้คือ แนวทางที่สมดุล โดยชาติสามารถทันสมัย และก้าวสู่ความเป็นสากลได้ โดยปราศจากการต่อต้านกระแสโลกาภิวัฒน์ และการอยู่รวมกันของทุกคนในสังคมหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีความสำคัญในช่วงปี พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทย ต้องประสบปัญหาภาวะทางเศรษฐกิจ และ ต้องการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพ เพื่อที่จะยืนหยัดในการไม่พึ่งพาผู้อื่น และ พัฒนานโยบายที่สำคัญเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า มันไม่ได้มีความจำเป็นที่เราจะกลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ พระองค์ได้ทรงอธิบายว่า ความพอเพียงและการพึ่งตนเอง คือ ทางสายกลางที่จะป้องกันการเปลี่ยนแปลงความไม่มั่นคงของประเทศได้

    เศรษฐกิจพอเพียงเชื่อว่าจะสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางสังคมของชมชุนให้ดีขึ้นโดยมีปัจจัย 2 อย่าง คือ

  1. การผลิตจะต้องมีความสัมพันธ์กันระหว่าง ปริมาณผลผลิตและการบริโภค
  2. ชุมชนจะต้องมีความสามารถในการจัดการทรัพยากรของตนเอง

กิจกรรมที่ผ่านมา

  เว็ปไซต์พอเพียง เรามุ่งมั่นที่จะจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ไม่ว่าในด้านการเป็นศูนย์ข้อมูล แหล่งความรู้ศาสตร์พระราชา  แนวทางการทำมาหากินในช่วงวิกฤติ โดยในช่วงวิกฤติโควิดนี้ เราได้มีการจัดกิจกรรม Facebook LIVE "ของขวัญจากพ่อ"  เชิญติดตามชมรายการย้อนหลังได้ที่นี่..

EP.1 ตอน "ความพอเพียงในยุคโควิด"

โดย วิทยากร รับเชิญ
✫ คุณโจน จันได ..ปราชญ์ของแผ่นดิน..
✫ ดร.เมธา หริมเทพาธิป ..เลขาธิการมูลนิธิสหธรรมิกชน..
유 ดำเนินรายการโดย : พันโทหญิง อัจฉราวรรณ ทองนาค

EP.2 ตอน "หลักการทรงงาน ๒๗ ประการ ที่พสกนิกรสามารถประยุกต์ใช้ได้ ในยุคโควิด"

โดย วิทยากร รับเชิญ
✫ คุณสมศักดิ์ เพิ่มเกษร ที่ปรึกษาด้านการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงาน กปร.
✫ ดร.เมธา หริมเทพาธิป เลขาธิการมูลนิธิสหธรรมิกชน
유 ดำเนินรายการโดย : พันโทหญิง อัจฉราวรรณ ทองนาค

EP.3 ตอน "เศรษฐกิจพอเพียงในยุคโควิด"

โดย วิทยากร รับเชิญ
✫ คุณอุศนีย์ ธูปทอง : รองเลขาธิการ คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงาน กปร.
✫ คุณธิติชัย ปรีชา : ผู้อำนวยการ ศูนย์ประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคม
✫ ดร.เมธา หริมเทพาธิป : เลขาธิการมูลนิธิสหธรรมิกชน
유 ดำเนินรายการโดย : พันโทหญิง อัจฉราวรรณ ทองนาค

บทความล่าสุด

“ ...ในที่สุด ปีนี้น้ำก็ท่วมและเกิดระลึกขึ้นมาได้ว่ามีโครงการนี้อยู่...จึงให้คนไปถ่ายรูปมีหลายฝ่ายทั้งทางภาคพื้นดิน ทั้งทางอากาศ ในรูปได้เห็นว่ามีการสูบน้ำปลายหนึ่งของท่อจุ่มอยู่ในสระ และดูดน้ำออกจากสระ น้ำในสระนั้นมีระดับวัดได้ 3 เมตร 50 เซนติเมตร แต่เมื่อดูแล้วข้างนอก น้ำขึ้นสูงไปมากกว่านั้นจึงบอกให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งหยุดสูบน้ำออกไปและถ้าอย่างไรให้เปิดประตูน้ำที่เป็นท่อ และช่องที่เปิดน้ำให้เข้า-ออกได้ ให้น้ำเข้ามา น้ำก็ค่อยๆเข้ามาเอื่อยๆ น้ำจึงขึ้นมาหน่อย แต่ว่าเข้ามาช้ามาก... ก็เลยบอกว่าให้ฟันคัน ให้ใช้รถตักที่เขาเรียกว่าแบ็คโฮตักคันที่กั้นน้ำนั้นให้น้ำเข้ามา...และในเวลาเดียวกันก็วัดระดับน้ำ ปรากฏว่าระดับน้ำทางด้านตะวันออกคือน้ำที่มาจากแม่น้ำป่าสักสูงกว่าด้านที่มาจากแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ 20เซนติเมตร ความรู้นี้ ไม่มีใครเคยรู้ว่า น้ำที่อยู่ในทุ่งด้านป่าสักมีความสูงกว่าแม่น้ำเจ้าพระยา และความรู้นี้ทำให้เจ้าหน้าที่ รวมทั้งกรมชลประทานเกิดความรู้ว่า น้ำท่วมกรุงเทพฯ มาจากไหนและไปไหน... ”

ศาสตร์พระราชา อ.โพนยาง จ.ศรีสะเกษ การร่วมมือกันของพี่น้องประชาชนในตำบลโพนยางหน่วยงานภาครัฐและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ ทำให้ปัจจุบันนี้ตำบลโพนยางกลายเป็นชุมชนที่เข้มแข็งพี่น้องประชาชนในชุมชนก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นรู้จักการสร้างรายได้และการใช้จ่ายอย่างประหยัดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงทั้งหมดนี้จะส่งผลให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ซึ่งจะช่วยทำให้ครอบครัวนั้นมีความสุขเกิดความมั่นคงเกิดระบบเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็งทั้งหมดนี้จะกลายเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน

ข้าวนาถุง จ.สุรินทร์ ประเทศไทยต้องเผชิญกับอุทกภัยน้ำท่วมและภัยแล้งทำให้เราได้เห็นความจริงในข้อที่ว่าชาวนาไทยนั้นยังขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่มีคุณภาพและไม่สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวสำหรับในฤดูกาลถัดไปได้ยังคงต้องซื้อเมล็ดพันธุ์มาปลูกซึ่งถือว่าเป็นต้นทุนการผลิตที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ วันนี้มีกลุ่มเกษตรกรที่เขาประกาศจะช่วยให้ชาวนามีเมล็ดพันธุ์ที่ดีไว้ใช้เองเพียงแค่ใช้วิธีการปลูกข้าวลงในถุงพลาสติกเท่านั้น การปลูกข้าวในถุงพลาสติกหรือว่าการปลูกข้าวนาถุงนั่นเอง

ปราชญ์ชุมชนบ้านฮูแตทูวอ จ.นราธิวาส ปราชญ์ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสซึ่งเป็นผู้ที่ตัดสินใจเข้าไปศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อที่จะเอาชนะพื้นดินที่แห้งแล้งและเสื่อมโทรม จนกระทั่งประสบความสำเร็จและยังถ่ายทอดความรู้ให้กับคนอื่นๆในชุมชนได้นำไปทำตามกันอีกด้วย

หลักการทรงงาน 27 ประการ

ทรงมีพระราชดำรัส เรื่อง ความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันอย่างต่อเนื่องตลอดมา เพราะเห็นว่าหากคนไทยทุกคนได้ร่วมมือกันช่วยชาติ พัฒนาชาติด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันแล้ว ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าอย่างมาก

การอ่อนน้อม ถ่อมตน เป็นคุณสมบัติที่ทุกคนพึงมีพึงปฏิบัติให้เป็นปกติวิสัยซึ่งทำให้สังคมมีความสมานสมานฉันท์ ทรงปฏิบัติให้เห็นมาโดยตลอด ทรงอ่อนน้อมมาก เวลาที่เสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎร ทรงโน้มพระวรกายไปหาประชาชน คุกเข่าหน้าประชาชน ถามทุกข์สุข ปรึกษาหารือเป็นชั่วโมงๆ ประชาชนนั่งพับเพียบ พระองค์ท่านก็ทรงทรุดพระวรกายนั่งพับเพียบบนพื้นเดียวกัน

ความเพียรเป็นคุณสมบัติที่จะทำให้งานสำเร็จ ต้องมีความมุ่งมั่น โดยเฉพาะการทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ทรงปฏิบัติให้เห็นโดยทรงเรือใบจากวังไกลกังวลข้ามอ่าวไทยขึ้นฝั่งที่สัตหีบ ทรงใช้เวลาเดินทาง ๑๗ ชั่วโมงบนเรือขนาดยาวเพียง ๑๓ ฟุต ลำเรือแคบ ๆ ทรงแสดงให้เห็นถึงการใช้ความเพียรในการทำงานให้สำเร็จ

“รู้ รัก สามัคคี” เป็นพระราชดำรัส ที่มีค่าและมีความหมายลึกซึ้ง พร้อมทั้งสามารถปรับใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย

โครงการพระราชดำริ

แนวพระราชดำริแกล้งดิน มาจากการเลียนแบบสภาพธรรมชาติของพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีฤดูแล้ง 4 เดือน ฤดูฝน 8 เดือน การทดลองใช้วิธีร่นระยเวลาช่วงแล้งและช่วงฝนในรอบปีให้สิ้นลง ปล่อยให้ดินแห้ง 1 เดือน และขังน้ำให้ดินเปียกนาน 2 เดือน ปีหนึ่งจึงมีภาวะดินแห้งและดินเปียก 4 รอบ เหมือนมีฤดูแล้งสลับฤดูฝนปีละ 4 ครั้ง

แนวคิดโครงการแก้มลิงเกิดจากการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำรัสถึงลิงที่อมกล้วยไว้ในกระพุ้งแก้มได้คราวละมาก ๆ โดยมีพระราชกระแสอธิบายว่า "ลิง โดยทั่วไปถ้าเราส่งกล้วยให้ ลิงจะรีบปอกเปลือก เอาเข้าปากเคี้ยว แล้วนำไปเก็บไว้ที่แก้มก่อน ลิงจะทำอย่างนี้จนกล้วยหมดหวีหรือเต็มกระพุ้งแก้ม จากนั้นจะค่อย ๆ นำออกมาเคี้ยวและกลืนกินภายหลัง"

ปลูกหญ้าแฝกจะต้องปลูกให้ชิดติดกันเป็นแผงและวางแนวให้เหมาะสมกับลักษณะภูมิประเทศ เป็นต้นว่าบนพื้นที่สูงจะต้องปลูกตามแนวขวางของความลาดชันของร่องน้ำ บนพื้นที่ราบจะต้องปลูกรอบแปลงหรือปลูกตามร่องสลับกับพืชไร่ ในพื้นที่เก็บกักน้ำจะต้องปลูกเป็นแนวเหนือแหล่งน้ำ หญ้าแฝกมีหลักวิธีดังนี้ จะช่วยการป้องกันการพังทลายของหน้าดิน รักษาความชุ่มชื้นในดิน เก็บกักตะกอนดินและสารพิษต่าง ๆ ไม่ให้ไหลลงในน้ำ ซึ่งจะอำนวยผลประโยชน์อย่างยิ่งแก่การอนุรักษ์ดินและน้ำ ตลอดจนการฟื้นฟูดินและป่าไม้ให้สมบูรณ์ขึ้น

"ชั่งหัวมัน" หมายถึง การชั่งน้ำหนักมันเทศ ..ครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จไปประทับที่พระราชวังไกลกังวล ทรงมีพระราชประสงค์ให้นำมันเทศที่ชาวบ้านนำมาถวาย วางไว้บนตาชั่งแบบโบราณ แล้วพระองค์เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพฯ พอพระองค์เสด็จพระราชดำเนินกลับไปยังพระราชวังไกลกังวล จึงพบว่ามันเทศที่วางบนตัวชั่งมีใบงอกออกมา จึงรับสั่งให้นำหัวมันนั้นไปปลูกใส่กระถางไว้ในวังไกลกังวล แล้วทรงมีพระราชดำรัสให้หาพื้นที่เพื่อทดลองปลูกมันเทศ..

ทศพิธราชธรรม

การให้ การเสียสละ หมายถึง การเสียสละพระราชทรัพย์ เพื่อบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ทั้งในด้านบำรุงพระพุทธศาสนาและบรรเทาความยากไร้ ให้ประชาชนอยู่เป็นกิจวัตร ทั้งยังทรงเป็นผู้นำในการบริจาคพระราชทรัพย์เพื่อช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก จากภัยธรรมชาติหลายต่อหลายครั้ง นอกจากทรัพย์แล้ว ทาน ของในหลวงยังหมายถึงพระราชทานความรู้ เพื่อประชาชนจะได้ใช้เป็นเครื่องมือเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน

ความประพฤติดีงาม เป็นความดีงามของกาย วาจา ใจ ที่ประชาชนจะเห็นได้ในทุกพระราชจริยวัตรของในหลวงทั้งกาย วาจา และพระราชหฤทัยของพระองค์ท่านเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน ทั้งยังหมายถึงศีลในการปกครอง อันได้แก่กฎหมายและนิติราชประเพณี และในทางศาสนา ที่พระองค์ทรงออกผนวชเพื่อศึกษาและปฏิบัติพระธรรมวินัย ทั้งอุทิศพระราชกุศลพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย

การเสียสละความสุขส่วนตน เพื่อความสุขส่วนรวม  เสียสละความสุขส่วนพระองค์ เพื่อประชาชนมีความสุข ในพระราชกรณียกิจที่เป็นไปเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนนั้น ในหลวงต้องเสียสละความสุขส่วนพระองค์ ต้องทนลำบากในการเดินทาง อดทนต่อความแปรปรวนของอากาศ ความร้อนหนาว ก็เพื่อสร้างความสุขให้ประชาชนทั้งสิ้น

หมายถึง ความซื่อตรงความสุจริต ความจริงใจ ดังจะเห็นได้จากความซื่อตรงต่อพระองค์เอง ต่อหน้าที่ และต่อประเทศชาติมาโดยตลอด สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นผ่านความแน่วแน่ต่อพระราชดำรัสที่เคยตรัสไว้อันเป็นปฐมบรมราชโองการเมื่อทรงครองราชย์ "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" ซึ่งพระองค์ทรงกระทำตามพระราชดำรัสเสมอมา รวมถึงความสุจริตต่อมิตรประเทศ พระราชวงศ์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาท

ตัวอย่างความสำเร็จ จากการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้

ศาสตร์พระราชา อ.โพนยาง จ.ศรีสะเกษ การร่วมมือกันของพี่น้องประชาชนในตำบลโพนยางหน่วยงานภาครัฐและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ ทำให้ปัจจุบันนี้ตำบลโพนยางกลายเป็นชุมชนที่เข้มแข็งพี่น้องประชาชนในชุมชนก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นรู้จักการสร้างรายได้และการใช้จ่ายอย่างประหยัดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงทั้งหมดนี้จะส่งผลให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ซึ่งจะช่วยทำให้ครอบครัวนั้นมีความสุขเกิดความมั่นคงเกิดระบบเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็งทั้งหมดนี้จะกลายเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน

ข้าวนาถุง จ.สุรินทร์ ประเทศไทยต้องเผชิญกับอุทกภัยน้ำท่วมและภัยแล้งทำให้เราได้เห็นความจริงในข้อที่ว่าชาวนาไทยนั้นยังขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่มีคุณภาพและไม่สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวสำหรับในฤดูกาลถัดไปได้ยังคงต้องซื้อเมล็ดพันธุ์มาปลูกซึ่งถือว่าเป็นต้นทุนการผลิตที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ วันนี้มีกลุ่มเกษตรกรที่เขาประกาศจะช่วยให้ชาวนามีเมล็ดพันธุ์ที่ดีไว้ใช้เองเพียงแค่ใช้วิธีการปลูกข้าวลงในถุงพลาสติกเท่านั้น การปลูกข้าวในถุงพลาสติกหรือว่าการปลูกข้าวนาถุงนั่นเอง

ปราชญ์ชุมชนบ้านฮูแตทูวอ จ.นราธิวาส ปราชญ์ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสซึ่งเป็นผู้ที่ตัดสินใจเข้าไปศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อที่จะเอาชนะพื้นดินที่แห้งแล้งและเสื่อมโทรม จนกระทั่งประสบความสำเร็จและยังถ่ายทอดความรู้ให้กับคนอื่นๆในชุมชนได้นำไปทำตามกันอีกด้วย

โครงการศูนย์เรียนรู้และฟาร์มชุมชน จ.นครสวรรค์ ผู้นำทีนี่เชิญชวนร่วมมือร่วมใจและความเสียสละคนละเล็กคนละน้อยของคนในหมู่บ้านนครสวรรค์ตกอำเภอเมืองนครสวรรค์จังหวัดนครสวรรค์ให้ทำการเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจากพื้นดินที่รกร้างว่างเปล่าปัจจุบันนี้พวกเขาสามารถที่จะปลูกพืชผลต่างๆได้อย่างงดงามแล้วก็มีความสุขกับวิถีชีวิตที่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

สื่อวีดีทัศน์ เศรษฐกิจพอเพียง ฟังง่ายๆ ฉบับชาวบ้าน

แนะนำ "เศรษฐกิจพอเพียง" สไตน์ Animation ฟังง่ายๆ ฉบับชาวบ้าน
#EP​.1 แนะนำเศรษฐกิจพอเพียง (อนิเมชั่น)
#EP​.2 ความพอเพียง ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
#EP​​.3 ความพอเพียงระดับบุคคลและครอบครัว และระดับชุมชน
#EP​​.4 ความพอเพียงระดับภาคธุรกิจเอกชน และระดับประเทศ

9 บทเพลงพระราชนิพนธ์ ในความทรงจำ

เป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 13 ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นในเดือนธันวาคม พ.ศ.2494 เมื่อเสด็จนิวัตพระนครและประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต มีพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานพรปีใหม่ แก่บรรดาพสกนิกรไทยด้วยเพลง จึงทรงพระราชนิพนธ์เพลง "พรปีใหม่" และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องเป็นคำอวยพรปีใหม่ แล้วพระราชทานแก่วงดนตรี 2 วง คือ วงดนตรีนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำออกบรรเลง ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวงดนตรีสุนทราภรณ์ นำออกบรรเลง ณ ศาลาเฉลิมไทย ในวันปีใหม่ วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ.2495 จวบจนวันนี้เพลงพรปีใหม่ ก็ยังถูกบรรเลงอยู่ทุกปี

เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 3 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2489 ขณะทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช เป็นงานทดลองของพระองค์ในจังหวะวอลซ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาไทย ส่วนภาษาอังกฤษ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงแต่งร่วมกับท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา เพลงพระราชนิพนธ์สายฝนนี้บรรเลงครั้งแรกที่เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2489 ในงานรื่นเริงของ สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย บรรเลงโดยวงสุนทราภรณ์ ขับร้องโดย เพ็ญศรี พุ่มชูศรี ในเวลาต่อมาเพลงนี้นำมาขับร้องใหม่โดย รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส , นภา หวังในธรรม, สวลี ผกาพันธ์

เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 37 ที่ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2508 เมื่อพระชนมายุได้ 38 พรรษา โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ คำร้องภาษาอังกฤษด้วยพระองค์เองเป็นเพลงแรก ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวาย โดยแปลจากคำร้องภาษาอังกฤษในลักษณะวรรคต่อวรรค และรักษาความหมายเดิมของคำร้องภาษาอังกฤษซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ไว้ด้วย

เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 16 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2495 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาไทย เพื่อเป็นการปลอบขวัญและให้กำลังใจแก่คนตาบอด แล้วพระราชทานให้นำไปบรรเลง ในงานสมาคมช่วยคนตาบอด ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันเสาร์ที่ 1 มีนาคม 2495

เผยแพร่เศรษฐกิจพอเพียง

"ถ้าทุกท่านซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีความคิด และมีอิทธิพล มีพลังที่จะทำให้ผู้อื่นซึ่งมีความคิดเหมือนกัน ช่วยกันรักษาส่วนรวมให้อยู่ดีกินดีพอสมควร ขอย้ำ พอควร พออยู่พอกิน มีความสงบ ไม่ให้คนอื่นมาแย่งคุณสมบัตินี้จากเราไปได้ ก็จะเป็นของขวัญวันเกิดที่ถาวร ที่จะมีคุณค่าอยู่ตลอดกาล"

“โครงการต่างๆ หรือเศรษฐกิจที่ใหญ่ ต้องมีความสอดคล้องกันดีที่ไม่ใช่เหมือนทฤษฎีใหม่ ที่ใช้ที่ดินเพียง 15 ไร่ และสามารถที่จะปลูกข้าวพอกิน กิจการนี้ใหญ่กว่า แต่ก็เป็นเศรษฐกิจพอเพียงเหมือนกัน คนไม่เข้าใจว่ากิจการใหญ่ๆ เหมือนสร้างเขื่อนป่าสัก ก็เป็นเศรษฐกิจพอเพียงเหมือนกัน เขานึกว่าเป็นเศรษฐกิจสมัยใหม่ เป็นเศรษฐกิจที่ห่างไกลจากเศรษฐกิจพอเพียง แต่ที่จริงแล้ว เป็นเศรษฐกิจพอเพียงเหมือนกัน”

“ความสุขความเจริญอันแท้จริงนั้น หมายถึง ความสุขความเจริญที่บุคคลแสวงหามาได้ด้วยความเป็นธรรม ทั้งในเจตนาและการกระทำ ไม่ใช่ได้มาด้วยความบังเอิญ หรือด้วยการแก่งแย่งเบียดบังมาจากผู้อื่น”

“เศรษฐกิจพอเพียงนี้ให้ปฏิบัติเพียงครึ่งเดียว คือไม่ต้องทั้งหมด หรือแม้จะเศษหนึ่งส่วนสี่ก็พอ ได้ปฏิบัติเกี่ยวกับการพัฒนามาช้านานแล้ว มาบอกว่าเศรษฐกิจพอเพียงนี่ดีมาก แล้วก็เข้าใจว่าปฏิบัติเพียงเศษหนึ่งส่วนสี่ก็พอนั้น หมายความว่า ถ้าทำได้เศษหนึ่งส่วนสี่ของประเทศก็จะพอ ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียงและทำได้เพียงเศษหนึ่งส่วนสี่ก็พอนั้น ไม่ได้แปลว่า เศษหนึ่งส่วนสี่ของพื้นที่ แต่เศษหนึ่งส่วนสี่ของการกระทำ”

Powered by MakeWebEasy.com