อนิเมชั่น เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา "โกปีบ้านแหร กลุ่มสตรีทำกาแฟโบราณ"

ความเป็นมา : ในพื้นที่บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ริมเทือกเขาสันกาลาคีรี ที่วิถีชีวิตมีความพิเศษที่แตกต่างจากพื้นที่อื่น นั่นคือการผลิตกาแฟโบราณขึ้นมาดื่มเอง โดยนำความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ภายใต้โอบกอดของเทือกเขาสันกาลาคีรี มาสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน จนกลายเป็นที่มาของกาแฟโบราณบ้านแหร

    กาแฟโบราณบ้านแหร เป็นกาแฟตำมือที่ผ่านกรรมวีธีแบบดั้งเดิม ผลิตจากเมล็ดกาแฟสด นำมาตากแห้งแล้วบดเอง โดยไม่ใช้เครื่องบดกาแฟ ความหอมของกาแฟจึงยังคงไว้ทุกครั้งที่ดื่ม การเกิดขึ้นของกาแฟบ้านแหร เปรียบเสมือนการรื้อฟื้นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชน ที่อาศัยการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การลุกขึ้นมาผลิตกาแฟรับประทานกันเองในชุมชน กลายเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างคนในชุมชน เป็นแหล่งอาชีพสร้างรายได้เสริมให้กับคนในท้องถิ่น เมื่อผลิตภัณฑ์เหลือจากการรับประทานเองในครอบครัว ก็นำไปจำหน่ายต่อเพื่อสร้างรายได้ให้คนในชุมชน การรวมกลุ่มของสตรีแม่บ้านที่ได้ใช้เวลาหลังจากกรีดยาง มีเวลาว่างก็ทำกาแฟโบราณ มีรายได้เสริมและได้ร่วมพบปะกัน แม้ชาวบ้านแหรจะสามารถผลิตกาแฟขึ้นมาดื่มเองได้ แต่ในสังคมสมัยใหม่กระแสบริโภคนิยมได้เข้ามามีบทบาท ต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า ทำให้กระแสการบริโภคกาแฟแบบดั้งเดิมเปลี่ยนไป

    ในปี พ.ศ. 2551 เครือข่ายชุมชนศรัทธาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ริเริ่มนำงานพัฒนาโดยใช้ศาสนานำการพัฒนา เข้ามาใช้กับชุมชน หมู่บ้าน ชุมชนบ้านแหร ก็เป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมาย หมู่บ้านนำร่องของเครือข่ายชุมชนศรัทธา โดยการนำหลักการของเครือข่าย ใช้แกนนำ 4 เสาหลักของหมู่บ้าน เป็นแกนในการขับเคลื่อนงานพัฒนา กระทั่งในปี 2553 มหาวิทยาลัยทักษิณ ภายใต้โครงการจัดตั้งศูนย์อิสลามศึกษาเพื่อการบูรณาการ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับภาคีทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับกาแฟโบราณให้มีมูลค่าเพิ่ม โดยร่วมกันออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและดูสวยงาม สามารถวางจำหน่ายตามร้าน OTOP และร้านขายฝากทั่วไป

    ชาวบ้านแหร ได้ร่วมกันปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง เมล็ดพันธุ์ที่สร้างความสุขเล็กๆ ให้กับชุมชน และจะกลายเป็นความสุขที่จะเกิดขึ้นเต็มพื้นที่ เพราะชาวบ้านแหรเชื่อว่าการสร้างสันติภาพ เกิดขึ้นจากจุดเล็กๆ จากบุคคล ชุมชน ตำบล และจะขยายไปสู่การสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ในอนาคตอันใกล้

อ้างอิง : https://youtu.be/6cLod2oHM-k

บทความล่าสุด

ข้าวไทยและพันธุกรรมมีความสำคัญในแง่เดียวกับศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี คนไทยปลูกข้าวพื้นเมือง เพราะชอบรับประทาน จึงคัดเลือกพันธุ์ที่รสชาติดี อร่อย ข้าวพื้นเมืองยังสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของพื้นที่ และบางสายพันธุ์ยังมีคุณค่าโภชนาการที่มากกว่าข้าวทั่วไป ความหลากหลายทางพันธุกรรมของพันธุ์ข้าวพื้นเมือง ซึ่งอาจมียีนส์ต้านทานโรค ทนแล้ง ทนเค็ม หรือ ทนน้ำท่วม ลักษณะพันธุกรรมเหล่านี้สำคัญต่อการพัฒนาพันธุ์ข้าวไทย

“...ให้ตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถขึ้น เพื่อทำหน้าที่ให้การพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขา การปลูกพืชเขตหนาวชนิดต่าง ๆ ลดการใช้สารเคมี การพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนพื้นฟูและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้มีความอุดมสมบูรณ์...”

ในพื้นที่บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ริมเทือกเขาสันกาลาคีรี ที่วิถีชีวิตมีความพิเศษที่แตกต่างจากพื้นที่อื่น นั่นคือการผลิตกาแฟโบราณขึ้นมาดื่มเอง โดยนำความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ภายใต้โอบกอดของเทือกเขาสันกาลาคีรี มาสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน จนกลายเป็นที่มาของกาแฟโบราณบ้านแหร

นับย้อนกลับไปกว่า 60 ปีมาแล้ว ชาวบ้านนิยมปลูกไร่กาแฟ ก่อนจะมีสวนทุเรียนและสวนยางพารา ตอนนั้นชาวบ้านหันไปปลูกยางพารากันเนื่องจากราคาจูงใจ แต่ในที่สุดก็ถึงทางตัน เมื่อรายได้จากการกรีดน้ำยางไม่ดีเหมือนแต่ก่อน กาแฟยะลาจึงได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจังอีกครั้ง ความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนจึงเกิดขึ้น เกษตรกรหันกลับมาหากาแฟพืชเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มรายได้

อนิเมชั่น เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา

ข้าวไทยและพันธุกรรมมีความสำคัญในแง่เดียวกับศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี คนไทยปลูกข้าวพื้นเมือง เพราะชอบรับประทาน จึงคัดเลือกพันธุ์ที่รสชาติดี อร่อย ข้าวพื้นเมืองยังสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของพื้นที่ และบางสายพันธุ์ยังมีคุณค่าโภชนาการที่มากกว่าข้าวทั่วไป ความหลากหลายทางพันธุกรรมของพันธุ์ข้าวพื้นเมือง ซึ่งอาจมียีนส์ต้านทานโรค ทนแล้ง ทนเค็ม หรือ ทนน้ำท่วม ลักษณะพันธุกรรมเหล่านี้สำคัญต่อการพัฒนาพันธุ์ข้าวไทย

ในพื้นที่บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ริมเทือกเขาสันกาลาคีรี ที่วิถีชีวิตมีความพิเศษที่แตกต่างจากพื้นที่อื่น นั่นคือการผลิตกาแฟโบราณขึ้นมาดื่มเอง โดยนำความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ภายใต้โอบกอดของเทือกเขาสันกาลาคีรี มาสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน จนกลายเป็นที่มาของกาแฟโบราณบ้านแหร

นับย้อนกลับไปกว่า 60 ปีมาแล้ว ชาวบ้านนิยมปลูกไร่กาแฟ ก่อนจะมีสวนทุเรียนและสวนยางพารา ตอนนั้นชาวบ้านหันไปปลูกยางพารากันเนื่องจากราคาจูงใจ แต่ในที่สุดก็ถึงทางตัน เมื่อรายได้จากการกรีดน้ำยางไม่ดีเหมือนแต่ก่อน กาแฟยะลาจึงได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจังอีกครั้ง ความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนจึงเกิดขึ้น เกษตรกรหันกลับมาหากาแฟพืชเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มรายได้

การสร้างชุมชนเข้มแข็งเป็นหนึ่งในนโยบายในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากความเข้มแข็งของ กองกำลังภาคประชาชนในการป้องกันตนเองแล้ว ความเข้มแข็งจากภายในอันเกิดความมีคุณธรรม ที่ประชาชนยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักศาสนาอย่างเคร่งครัด แนวคิดเรื่อง “กำปงตักวา” เกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2550 และได้เริ่มอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ.2556 ที่มัสยิดบ้านเหนือ ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รวมถึงที่อำเภอปะนาเระ จ.ปัตตานี และที่บ้านกาสัง จ.ยะลา ซึ่งได้จัดตั้ง คณะทำงานพร้อมจัดทำแผนงานที่มีชื่อว่า “แผนการสนับสนุนผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนา” เป็นแนวทางหนึ่งที่ กอ.รมน.ภาค 4 สน. นำมาขับเคลื่อนเพื่อจัดตั้ง “กำปงตักวา”

ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น แต่เดิมเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ประชาชนมีความเป็นอยู่ แบบสังคมเกษตรกรรมดั้งเดิม ทำนาปลูกข้าวและหาอาหารตามป่าตามลุ่มน้ำ พวกที่อยู่ตามชายทะเลก็มีอาชีพประมง ได้มากจนเหลือนำไปแลกเปลี่ยนเป็นข้าวเพื่อบริโภคในครัวเรือนได้ ไม่มีใครต้องอยู่ในภาวะอดอยากยากแค้นเลย

จากความยากจนความคับแค้นทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้ชาวบ้านครอบครัวหนึ่ง ในพื้นที่หมู่บ้านป่าบอน ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา ได้หาทางออกให้กับการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ให้กับครอบครัวของตนเอง โดยเริ่มต้นจากการไปเรียนรู้แนวคิด ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พวกเขาฝึกลดรายจ่าย หาทางเพิ่มรายได้ และใฝ่เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ อยู่เสมอ ทำให้เห็นว่าความต้องการด้านอาหารเป็นความต้องการที่สำคัญของทุกชีวิต ทั้งนี้ในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา มีการเลี้ยงปลาโดยวิธีธรรมชาติ และแบบบ่อเลี้ยงอยู่ ผลผลิตในบางครั้งไม่พอกับความต้องการของผู้บริโภค และหลายครั้งก็มีมากเกินกว่าจะบริโภคได้ทัน จากแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามศาสตร์พระราชา จึงทำให้เขาคิดว่าหากมีการนำปลาสดที่เหลือ มาถนอมไว้ จะทำให้มีอาหาร ปลาบริโภคในหมู่บ้านได้ตลอดทั้งปี

ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชาชนมีความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของยาเสพติด จำนวนมาก แม้ทางราชการจะพยายามให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดมากเพียงใด แต่ก็ยังไม่สามารถลดขนาดของปัญหาให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ทั้งนี้เพราะเป็นปัญหาที่ต้องใช้ความใกล้ชิดและต่อเนื่องในระดับพื้นที่ ให้ได้รับความร่วมมือจากประชาชนอย่างจริงใจ

ที่นี่เป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นแบบที่สามารถพึ่งพาตนเอง ตามแบบวิถีชีวิตของท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี เริ่มจากมีการพัฒนา ระบบโครงสร้างพื้นฐาน เช่น น้ำเพื่อการเกษตร อุปโภคและบริโภคในครัวเรือน การบริหารจัดการพื้นที่การเกษตร การลดรายจ่าย ในครัวเรือน ไปสู่การรวมกลุ่มผลิตเพื่อจำหน่าย สร้างรายได้ ส่งเสริมการผลิตที่หลากหลาย เช่น พืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงและการปศุสัตว์

อนิเมชั่น โครงการพระราชดำริ

ราษฎรบนพื้นที่ราบสูงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องประสบปัญหาเกี่ยวการเพาะปลูก เนื่องจากดินมีคุณภาพต่ำไม่อุ้มน้ำ แถมยังมีความเค็ม ฝนก็ไม่ตกต้องตามฤดูกาล แหล่งน้ำธรรมชาติก็มีไม่มากนัก ท่ามกลางความแห้งแล้งกันดาร ได้มีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น นับจากพระบามสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้น เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2525 เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาทดลอง ค้นหารูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสม กับสภาพพื้นที่และวิถีชีวิต ตามหลักภูมิสังคม

เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จประพาสทางภาคเหนือ พระองค์ทอดพระเนตรการปลูกฝิ่น การตัดไม้ทำลายป่า เพื่อทำไร่เลื่อนลอย และ ความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นของราษฎรชาวไทยภูเขา จึงมีพระราชดาริให้ริเริ่มโครงการหลวง เพื่อสร้างอาชีพให้กับกลุ่มชาวไร่และชาวเขา ส่งเสริมให้ปลูกพืชผักผลไม้เมืองหนาว ทดแทนการปลูกฝิ่น ไม่ว่าจะเป็นพีช ท้อ บ๊วย และสตอเบอรี่ ที่ให้ราคาสูง อันส่งผลให้ปัญหายาเสพติด ภัยแล้ง และความยากจนของราษฎร ค่อยบรรเทาลง

เมื่อปี 2552 ขณะที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงประทับที่พระราชวังไกลกังวล มีราษฎรนำหัวมันมาถวาย พระองค์ท่านได้ทรงนำหัวมันวางบนตราชั่งโบราณในห้องทรงงาน บนพระตำหนักเปี่ยมสุข ก่อนเสด็จกลับกรุงเทพมหานคร และเมื่อเสด็จกลับมาพระราชวังไกลกังวล ทรงพบว่าหัวมันที่วางอยู่บนตราชั่งนั้น มีรากและใบอ่อนงอกขึ้นจากหัวมัน

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงให้ความสำคัญกับงานสาธารณสุขเป็นอย่างยิ่ง ดังจะเห็นได้ว่าโครงการที่พระราชทานให้กับประชาชนในระยะแรกๆ เป็นการพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการก่อสร้างสถานบริการสาธารณสุข และระยะต่อมาเป็นโครงการพัฒนาสุขภาพอนามัยให้แก่ประชาชน โดยในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรแต่ละครั้ง พระองค์ได้โปรดฯให้คณะแพทย์ในขบวนเสด็จ ทำการตรวจรักษาราษฎร และทรงพบว่าราษฎรจำนวนมากขาดการดูแลรักษาในด้านสุขภาพอนามัย โครงการหน่วยแพทย์พระราชทานจึงได้ถือกำเนิดขึ้นในปี ๒๕๑๐ ต่อมาโครงการพระราชดำริด้านการแพทย์ จึงได้ขยายขอบข่ายออกไปอย่างกว้างขวาง

จากการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมพสกนิกรในพื้นที่ต่าง ๆ ด้วยมีพระราชประสงค์ที่จะเห็นประชาชนอยู่ดีมีสุข โดยเฉพาะเกษตรกรรม ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพหลักของประเทศ จึงทำให้เกิด “โครงการส่วนพระองค์เกี่ยวกับการเกษตร สวนจิตรลดา” ภายในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในปี2504 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษา ทดลองและวิจัยหาวิธีแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรต่างๆ แล้วนำผลการศึกษามาประยุกต์ใช้เป็นแบบอย่างในการนำไปปฏิบัติตาม

มีคนอีกเป็นจำนวนมาก ที่ขาดโอกาสทางด้านการศึกษา เรื่องทุนทรัพย์อาจจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้ไม่สามารถเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาได้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเข้าพระราชหฤทัยอย่างลึกซึ้ง ถึงเหตุที่ทำให้ราษฎรจำนวนไม่น้อย ยากไร้ ขาดโอกาสเล่าเรียน ไม่มีอาชีพ ไม่สามารถเลี้ยงตนเองได้ ทรงให้ความสำคัญในเรื่องการศึกษา และทรงรำลึกถึงวิธีการประสิทธิ์ประสาทวิชาของครูบาอาจารย์ในโบราณกาล เช่นพระดาบส

จากการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงทราบถึงปัญหาและความเดือนร้อนของเหล่าพสกนิกรชาวเกษตรกร ที่มีอยู่มากมาย จึงได้พระราชทานแนวคิดทฤษฎีใหม่ เพื่อนำไปสู่ความสามารถในการพึ่งตนเองได้

ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเล็งเห็ทุกข์สุขของประชาชน จึงก่อให้เกิดโครงการสะพานภูมิพล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อคลี่คลายปัญหาจราจร ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และมุ่งอำนวยความสะดวกให้เป็นเส้นทางขนส่งเชื่อมโยงย่านอุตสาหกรรม เพื่อให้รถบรรทุกขนาดใหญ่ไม่ต้องวิ่งเข้าไปในตัวเมือง ช่วยลดการจราจรติดขัด

   เว็ปไซต์พอเพียง เรามุ่งมั่นที่จะจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ไม่ว่าในด้านการเป็นศูนย์ข้อมูล แหล่งความรู้ศาสตร์พระราชา  แนวทางการทำมาหากินในช่วงวิกฤติ โดยในช่วงวิกฤติโควิดนี้ เราได้มีการจัดกิจกรรม Facebook LIVE "ของขวัญจากพ่อ"  เชิญติดตามชมรายการย้อนหลังได้ที่นี่..
EP.1 ตอน "ความพอเพียงในยุคโควิด"

โดย วิทยากร รับเชิญ
✫ คุณโจน จันได ..ปราชญ์ของแผ่นดิน..
✫ ดร.เมธา หริมเทพาธิป ..เลขาธิการมูลนิธิสหธรรมิกชน..
유 ดำเนินรายการโดย : พันโทหญิง อัจฉราวรรณ ทองนาค
EP.2 ตอน "หลักการทรงงาน ๒๗ ประการ ที่พสกนิกรสามารถประยุกต์ใช้ได้ ในยุคโควิด"

โดย วิทยากร รับเชิญ
✫ คุณสมศักดิ์ เพิ่มเกษร ที่ปรึกษาด้านการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงาน กปร.
✫ ดร.เมธา หริมเทพาธิป เลขาธิการมูลนิธิสหธรรมิกชน
유 ดำเนินรายการโดย : พันโทหญิง อัจฉราวรรณ ทองนาค
EP.3 ตอน "เศรษฐกิจพอเพียงในยุคโควิด"

โดย วิทยากร รับเชิญ
✫ คุณอุศนีย์ ธูปทอง : รองเลขาธิการ คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงาน กปร.
✫ คุณธิติชัย ปรีชา : ผู้อำนวยการ ศูนย์ประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคม
✫ ดร.เมธา หริมเทพาธิป : เลขาธิการมูลนิธิสหธรรมิกชน
유 ดำเนินรายการโดย : พันโทหญิง อัจฉราวรรณ ทองนาค
EP.4 ตอน "ศาสตร์พระราชา ใน 4 ภูมิภาค"

โดย วิทยากร รับเชิญ
✫ อาจารย์ ปัญญา ปุลิเวคินทร์ ผอ.ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ จ.นครนายก
✫ ดร.เมธา หริมเทพาธิป : เลขาธิการมูลนิธิสหธรรมิกชน
유 ดำเนินรายการโดย : พันโทหญิง อัจฉราวรรณ ทองนาค

หลักการทรงงาน 27 ประการ

ทรงมีพระราชดำรัส เรื่อง ความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันอย่างต่อเนื่องตลอดมา เพราะเห็นว่าหากคนไทยทุกคนได้ร่วมมือกันช่วยชาติ พัฒนาชาติด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันแล้ว ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าอย่างมาก

การอ่อนน้อม ถ่อมตน เป็นคุณสมบัติที่ทุกคนพึงมีพึงปฏิบัติให้เป็นปกติวิสัยซึ่งทำให้สังคมมีความสมานสมานฉันท์ ทรงปฏิบัติให้เห็นมาโดยตลอด ทรงอ่อนน้อมมาก เวลาที่เสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎร ทรงโน้มพระวรกายไปหาประชาชน คุกเข่าหน้าประชาชน ถามทุกข์สุข ปรึกษาหารือเป็นชั่วโมงๆ ประชาชนนั่งพับเพียบ พระองค์ท่านก็ทรงทรุดพระวรกายนั่งพับเพียบบนพื้นเดียวกัน

ความเพียรเป็นคุณสมบัติที่จะทำให้งานสำเร็จ ต้องมีความมุ่งมั่น โดยเฉพาะการทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ทรงปฏิบัติให้เห็นโดยทรงเรือใบจากวังไกลกังวลข้ามอ่าวไทยขึ้นฝั่งที่สัตหีบ ทรงใช้เวลาเดินทาง ๑๗ ชั่วโมงบนเรือขนาดยาวเพียง ๑๓ ฟุต ลำเรือแคบ ๆ ทรงแสดงให้เห็นถึงการใช้ความเพียรในการทำงานให้สำเร็จ

“รู้ รัก สามัคคี” เป็นพระราชดำรัส ที่มีค่าและมีความหมายลึกซึ้ง พร้อมทั้งสามารถปรับใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย

โครงการพระราชดำริ

แนวพระราชดำริแกล้งดิน มาจากการเลียนแบบสภาพธรรมชาติของพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีฤดูแล้ง 4 เดือน ฤดูฝน 8 เดือน การทดลองใช้วิธีร่นระยเวลาช่วงแล้งและช่วงฝนในรอบปีให้สิ้นลง ปล่อยให้ดินแห้ง 1 เดือน และขังน้ำให้ดินเปียกนาน 2 เดือน ปีหนึ่งจึงมีภาวะดินแห้งและดินเปียก 4 รอบ เหมือนมีฤดูแล้งสลับฤดูฝนปีละ 4 ครั้ง

แนวคิดโครงการแก้มลิงเกิดจากการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำรัสถึงลิงที่อมกล้วยไว้ในกระพุ้งแก้มได้คราวละมาก ๆ โดยมีพระราชกระแสอธิบายว่า "ลิง โดยทั่วไปถ้าเราส่งกล้วยให้ ลิงจะรีบปอกเปลือก เอาเข้าปากเคี้ยว แล้วนำไปเก็บไว้ที่แก้มก่อน ลิงจะทำอย่างนี้จนกล้วยหมดหวีหรือเต็มกระพุ้งแก้ม จากนั้นจะค่อย ๆ นำออกมาเคี้ยวและกลืนกินภายหลัง"

ปลูกหญ้าแฝกจะต้องปลูกให้ชิดติดกันเป็นแผงและวางแนวให้เหมาะสมกับลักษณะภูมิประเทศ เป็นต้นว่าบนพื้นที่สูงจะต้องปลูกตามแนวขวางของความลาดชันของร่องน้ำ บนพื้นที่ราบจะต้องปลูกรอบแปลงหรือปลูกตามร่องสลับกับพืชไร่ ในพื้นที่เก็บกักน้ำจะต้องปลูกเป็นแนวเหนือแหล่งน้ำ หญ้าแฝกมีหลักวิธีดังนี้ จะช่วยการป้องกันการพังทลายของหน้าดิน รักษาความชุ่มชื้นในดิน เก็บกักตะกอนดินและสารพิษต่าง ๆ ไม่ให้ไหลลงในน้ำ ซึ่งจะอำนวยผลประโยชน์อย่างยิ่งแก่การอนุรักษ์ดินและน้ำ ตลอดจนการฟื้นฟูดินและป่าไม้ให้สมบูรณ์ขึ้น

"ชั่งหัวมัน" หมายถึง การชั่งน้ำหนักมันเทศ ..ครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จไปประทับที่พระราชวังไกลกังวล ทรงมีพระราชประสงค์ให้นำมันเทศที่ชาวบ้านนำมาถวาย วางไว้บนตาชั่งแบบโบราณ แล้วพระองค์เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพฯ พอพระองค์เสด็จพระราชดำเนินกลับไปยังพระราชวังไกลกังวล จึงพบว่ามันเทศที่วางบนตัวชั่งมีใบงอกออกมา จึงรับสั่งให้นำหัวมันนั้นไปปลูกใส่กระถางไว้ในวังไกลกังวล แล้วทรงมีพระราชดำรัสให้หาพื้นที่เพื่อทดลองปลูกมันเทศ..

ทศพิธราชธรรม

การให้ การเสียสละ หมายถึง การเสียสละพระราชทรัพย์ เพื่อบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ทั้งในด้านบำรุงพระพุทธศาสนาและบรรเทาความยากไร้ ให้ประชาชนอยู่เป็นกิจวัตร ทั้งยังทรงเป็นผู้นำในการบริจาคพระราชทรัพย์เพื่อช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก จากภัยธรรมชาติหลายต่อหลายครั้ง นอกจากทรัพย์แล้ว ทาน ของในหลวงยังหมายถึงพระราชทานความรู้ เพื่อประชาชนจะได้ใช้เป็นเครื่องมือเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน

ความประพฤติดีงาม เป็นความดีงามของกาย วาจา ใจ ที่ประชาชนจะเห็นได้ในทุกพระราชจริยวัตรของในหลวงทั้งกาย วาจา และพระราชหฤทัยของพระองค์ท่านเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน ทั้งยังหมายถึงศีลในการปกครอง อันได้แก่กฎหมายและนิติราชประเพณี และในทางศาสนา ที่พระองค์ทรงออกผนวชเพื่อศึกษาและปฏิบัติพระธรรมวินัย ทั้งอุทิศพระราชกุศลพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย

การเสียสละความสุขส่วนตน เพื่อความสุขส่วนรวม  เสียสละความสุขส่วนพระองค์ เพื่อประชาชนมีความสุข ในพระราชกรณียกิจที่เป็นไปเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนนั้น ในหลวงต้องเสียสละความสุขส่วนพระองค์ ต้องทนลำบากในการเดินทาง อดทนต่อความแปรปรวนของอากาศ ความร้อนหนาว ก็เพื่อสร้างความสุขให้ประชาชนทั้งสิ้น

หมายถึง ความซื่อตรงความสุจริต ความจริงใจ ดังจะเห็นได้จากความซื่อตรงต่อพระองค์เอง ต่อหน้าที่ และต่อประเทศชาติมาโดยตลอด สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นผ่านความแน่วแน่ต่อพระราชดำรัสที่เคยตรัสไว้อันเป็นปฐมบรมราชโองการเมื่อทรงครองราชย์ "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" ซึ่งพระองค์ทรงกระทำตามพระราชดำรัสเสมอมา รวมถึงความสุจริตต่อมิตรประเทศ พระราชวงศ์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาท

ตัวอย่างความสำเร็จ จากการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้

การแก้ไขปัญหาการระบายน้ำเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากประชาชนในการร่วมกันรักษาความสะอาดตามคูคลองต่างๆ รวมถึงเรื่องการรื้อถอนบ้านเรือนประชาชนที่มาสร้างรุกล้ำริมคลอง ก็ดำเนินการควบคู่กันไป เมื่อไม่นานมานี้ ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมคลอง 1 บริเวณพื้นที่สาธารณะ ในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้รับการจัดสรรพื้นที่ให้เป็นที่อยู่อาศัยแหล่งใหม่ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านที่อยู่อาศัย ได้มีการจัดทำโครงการปทุมธานีโมเดลขึ้น โครงการพัฒนาชุมชนริมคลองต่างๆ เห็นได้ว่าเกิดประโยชน์มากที่ประชาชนได้รับผลประโยชน์ อันดับแรกคือการปรับปรุงภูมิทัศน์ ความสะอาดการถูกสุขลักษณะสุขอนามัยและที่สำคัญประชาชนที่เคยอยู่อาศัยในพื้นที่ที่ผิดกฎหมายได้มีที่อยู่ที่มีความมั่นคง แข็งแรง และถูกกกฎหมาย มีความมั่นคงทางด้านที่อยู่อาศัย ก็จะช่วยให้สถาบันครอบครัวมีความแข็งแรงมากขึ้น และจะสามารถสร้างความมั่นคงในด้านอื่นๆต่อไปได้

ผักตบชวามีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และรวมกลุ่มกันหนาแน่นก่อให้เกิดปัญหามลภาวะทางน้ำที่ขวางทางไหลของน้ำและการขนส่งคมนาคมทางน้ำ จากกรณีปัญหาผักตบชวาทำให้ลุ่มแม่น้ำมูลตอนกลางช่วงไหลผ่านอำเภอท่าตูมและอำเภอรัตนบุรีจังหวัดสุรินทร์ซึ่งครอบคลุมพื้นที่แหล่งน้ำ 9 แหล่งจำนวนทั้งหมด 29 หมู่บ้าน เกิดการตื้นเขินและปัญหาการขาดแคลนรายได้ของคนในชุมชน ทำให้ชาวบ้านอำเภอท่าตูม อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ มีความสนใจที่อยากจะเปลี่ยนผักตบชวาวัชพืชไร้คุณค่าให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้เข้าสู่ชุมชน ภายใต้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตอาหารปลอดภัยและสมุนไพรพื้นอำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเห็นว่าในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโรค covid-19 ชาวบ้านจำนวนมากเดินทางกลับมาบ้านเกิด จึงเป็นช่วงสำคัญที่จะร่วมมือกันสร้างโอกาสท่ามกลางวิกฤตให้กับคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตอาหารปลอดภัยและสมุนไพรพื้นบ้าน เป็นชุมชนมีภูมิปัญญาที่เป็นของตัวเองสำหรับใช้ในการจัดการกับวัชพืช ได้นำความรู้เหล่านั้นมาสร้างเป็นผลผลิตหรือนำมาประกอบอาชีพจนเกิดเป็นรายได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นว่าชุมชนมีแกนนำที่ดี มีผู้คนที่ให้ความร่วมมือ มีเครือข่ายอาหารปลอดภัย ไปจนถึงมีศูนย์เรียนรู้ที่เป็นมรดกของพื้นที่ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง

ความเข้มแข็งในชุมชนก็คือ การสร้างกิจกรรมที่มีส่วนร่วมของคนในชุมชน ทั้งนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนราธิวาส จัดโครงการประชาร่วมใจสร้างไทยเป็นหนึ่ง ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ รวมถึงตลาดในชุมชนตำบลจอเบาะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเองนำมาเผยแพร่ให้กับประชาชนที่สนใจในการทำการเกษตรและปศุสัตว์ให้เกิดความรู้และนำความรู้ที่ได้รับนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเองอย่างเหมาะสม เพื่อที่ประชาชนจะได้ไม่ทอดทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเองและนำความรู้ไปขยายผลเพื่อพัฒนาในการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้สามารถดูแลตัวเองได้อย่างยั่งยืน

โครงการส่งเสริมอาชีพในผู้สูงอายุ ปัจจุบันสภาวะทางเศรษฐกิจได้มีการถดถอยอย่างรุนแรงทำให้ในหลายพื้นที่ต้องมีการปรับตัวอยู่เสมอ ในพื้นที่ตำบลมะเกลือใหม่ อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา เป็นชุมชนที่มีปริมาณคนว่างงานสูงถึงร้อยละ 30 ของประชากรเนื่องจากคนในชุมชนบางส่วนไม่มีพื้นที่ทำกินเป็นของตนเอง ทำให้ประชากรกลุ่มนี้ประกอบอาชีพรับจ้างและทำให้มีรายได้ที่ไม่แน่นอนขาดความรู้เรื่องการต่อยอดและการพัฒนาอาชีพ ซึ่งจากสถานการณ์นี้องค์การบริหารส่วนแนวทางในการแก้ไขปัญหา ให้กับประชาชนในพื้นที่ท่านโครงการส่งเสริมอาชีพผลิตน้ำยาเอนกประสงค์และยาหม่องให้ผู้สูงอายุผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ตำบลมะเกลือใหม่ซึ่งเป็นการช่วยลดรายจ่าย สร้างรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุคนพิการผู้ด้อยโอกาส บรรดาผู้สูงอายุที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้มีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถร่วมกิจกรรมได้และวิธีการทำก็ไม่ยุ่งยากสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ผลักดันจัดตั้งกลุ่มอาชีพเสริมผู้สูงอายุบนพื้นฐานของทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสทางด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสังคม จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและอีกทางหนึ่งด้วย

สื่อวีดีทัศน์ เศรษฐกิจพอเพียง ฟังง่ายๆ ฉบับชาวบ้าน

แนะนำ "เศรษฐกิจพอเพียง" สไตน์ Animation ฟังง่ายๆ ฉบับชาวบ้าน
#EP​.1 แนะนำเศรษฐกิจพอเพียง (อนิเมชั่น)
#EP​.2 ความพอเพียง ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
#EP​​.3 ความพอเพียงระดับบุคคลและครอบครัว และระดับชุมชน
#EP​​.4 ความพอเพียงระดับภาคธุรกิจเอกชน และระดับประเทศ

9 บทเพลงพระราชนิพนธ์ ในความทรงจำ

เป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 13 ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นในเดือนธันวาคม พ.ศ.2494 เมื่อเสด็จนิวัตพระนครและประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต มีพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานพรปีใหม่ แก่บรรดาพสกนิกรไทยด้วยเพลง จึงทรงพระราชนิพนธ์เพลง "พรปีใหม่" และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องเป็นคำอวยพรปีใหม่ แล้วพระราชทานแก่วงดนตรี 2 วง คือ วงดนตรีนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำออกบรรเลง ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวงดนตรีสุนทราภรณ์ นำออกบรรเลง ณ ศาลาเฉลิมไทย ในวันปีใหม่ วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ.2495 จวบจนวันนี้เพลงพรปีใหม่ ก็ยังถูกบรรเลงอยู่ทุกปี

เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 3 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2489 ขณะทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช เป็นงานทดลองของพระองค์ในจังหวะวอลซ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาไทย ส่วนภาษาอังกฤษ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงแต่งร่วมกับท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา เพลงพระราชนิพนธ์สายฝนนี้บรรเลงครั้งแรกที่เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2489 ในงานรื่นเริงของ สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย บรรเลงโดยวงสุนทราภรณ์ ขับร้องโดย เพ็ญศรี พุ่มชูศรี ในเวลาต่อมาเพลงนี้นำมาขับร้องใหม่โดย รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส , นภา หวังในธรรม, สวลี ผกาพันธ์

เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 37 ที่ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2508 เมื่อพระชนมายุได้ 38 พรรษา โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ คำร้องภาษาอังกฤษด้วยพระองค์เองเป็นเพลงแรก ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวาย โดยแปลจากคำร้องภาษาอังกฤษในลักษณะวรรคต่อวรรค และรักษาความหมายเดิมของคำร้องภาษาอังกฤษซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ไว้ด้วย

เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 16 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2495 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาไทย เพื่อเป็นการปลอบขวัญและให้กำลังใจแก่คนตาบอด แล้วพระราชทานให้นำไปบรรเลง ในงานสมาคมช่วยคนตาบอด ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันเสาร์ที่ 1 มีนาคม 2495

เผยแพร่เศรษฐกิจพอเพียง

"ถ้าทุกท่านซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีความคิด และมีอิทธิพล มีพลังที่จะทำให้ผู้อื่นซึ่งมีความคิดเหมือนกัน ช่วยกันรักษาส่วนรวมให้อยู่ดีกินดีพอสมควร ขอย้ำ พอควร พออยู่พอกิน มีความสงบ ไม่ให้คนอื่นมาแย่งคุณสมบัตินี้จากเราไปได้ ก็จะเป็นของขวัญวันเกิดที่ถาวร ที่จะมีคุณค่าอยู่ตลอดกาล"

“โครงการต่างๆ หรือเศรษฐกิจที่ใหญ่ ต้องมีความสอดคล้องกันดีที่ไม่ใช่เหมือนทฤษฎีใหม่ ที่ใช้ที่ดินเพียง 15 ไร่ และสามารถที่จะปลูกข้าวพอกิน กิจการนี้ใหญ่กว่า แต่ก็เป็นเศรษฐกิจพอเพียงเหมือนกัน คนไม่เข้าใจว่ากิจการใหญ่ๆ เหมือนสร้างเขื่อนป่าสัก ก็เป็นเศรษฐกิจพอเพียงเหมือนกัน เขานึกว่าเป็นเศรษฐกิจสมัยใหม่ เป็นเศรษฐกิจที่ห่างไกลจากเศรษฐกิจพอเพียง แต่ที่จริงแล้ว เป็นเศรษฐกิจพอเพียงเหมือนกัน”

“ความสุขความเจริญอันแท้จริงนั้น หมายถึง ความสุขความเจริญที่บุคคลแสวงหามาได้ด้วยความเป็นธรรม ทั้งในเจตนาและการกระทำ ไม่ใช่ได้มาด้วยความบังเอิญ หรือด้วยการแก่งแย่งเบียดบังมาจากผู้อื่น”

“เศรษฐกิจพอเพียงนี้ให้ปฏิบัติเพียงครึ่งเดียว คือไม่ต้องทั้งหมด หรือแม้จะเศษหนึ่งส่วนสี่ก็พอ ได้ปฏิบัติเกี่ยวกับการพัฒนามาช้านานแล้ว มาบอกว่าเศรษฐกิจพอเพียงนี่ดีมาก แล้วก็เข้าใจว่าปฏิบัติเพียงเศษหนึ่งส่วนสี่ก็พอนั้น หมายความว่า ถ้าทำได้เศษหนึ่งส่วนสี่ของประเทศก็จะพอ ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียงและทำได้เพียงเศษหนึ่งส่วนสี่ก็พอนั้น ไม่ได้แปลว่า เศษหนึ่งส่วนสี่ของพื้นที่ แต่เศษหนึ่งส่วนสี่ของการกระทำ”

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้