โครงการศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา จังหวัดนครนายก

Last updated: 2021-07-08  |  2776 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โครงการศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา จังหวัดนครนายก

    “ ...ดิน ที่เปรี้ยว ก็คือที่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นจังหวัดที่ชื่อนครนายก ไม่ใช่ นากรัฐมนตรีเป็นนายก คือว่านาเขายกภาษี เพราะว่าทุกปีผลผลิตจะไม่ได้ตั้งแต่สมัยเก่า แต่ถ้าหากว่าทำดินให้หายเปรี้ยว หรือหาวิธีที่จะทำกสิกรรมในที่ดินเปรี้ยวอย่างดี อย่างไรผลก็จะเป็นจังหวัดอาจเปลี่ยนชื่อจังหวัดเป็นนาสมบูรณ์ ที่นครนายกมีที่เป็นแสนไร่ ก็นายก ทั้งนั้น ถ้าสามารถที่จะทำการทดลองและเป็นตัวอย่าง เข้าใจว่าอาจทำให้คนมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะว่าทางภาคใต้ได้ทำที่จังหวัดนราธิวาส เป็นพรุได้ชื่อว่าเปรี้ยวแท้ๆ ได้ทำโครงการ สามารถที่จะปลูกข้าวและทำกสิกรรมในที่พรุแท้ๆ โดยใช้วิธีขุดสระและกรุด้วยหินปูนและใส่หินฝุ่นเข้าไปเพื่อให้น้ำไม่เปรี้ยว แล้วส่งไปตามคลองตามท่อก็ได้ผล จนกระทั่งเห็นว่าชาวบ้านที่ตรงนั้น หมู่บ้านแถวนั้นเคยจนไม่มีกิน บัดนี้เริ่มยิ้มแย้มแจ่มใสเพราะทำกสิกรรมได้ผล... ”

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2541

    ด้วยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงสนพระทัยและให้ความสำคัญในงานอนุรักษ์และฟื้นฟูดิน ที่มีสภาพธรรมชาติและปัญหาที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค โดยเขียนไว้ในเอกสารพระราชทานว่า “ดินที่เหมาะสมสำหรับการเกษตรกรรม ต้องมีคุณสมบัติต่างๆ ดังนี้ มีแร่ธาตุที่เรียกว่า ปุ๋ย ส่วนประกอบสำคัญคือ N (nitrogen) ในรูป nitrate, P (phosphorus) ในรูป phosphate , K (potassium) และแร่ธาตุ อื่นๆเช่น O H Mg Fe มีระดับ เปรี้ยว ด่าง ใกล้เป็นกลาง (pH 7) มีความเค็มต่ำ มีจุลินทรีย์ มีความชื้นพอเหมาะ (ไม่แห้ง ไม่แฉะ) มีความโปร่งพอเหมาะ (ไม่แข็ง)” จึงมีพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาที่ดินที่เน้นเฉพาะเรื่อง เช่น การศึกษาวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาดินเค็ม ดินเปรี้ยว ดินทราย ในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปัญหาดินพรุในภาคใต้ และที่ดินชายฝั่งทะเล รวมถึงการแก้ไขปรับปรุงและฟื้นฟูดินที่เสื่อมโทรมพังทลายจากการชะล้างหน้าดิน ตลอดจนการทำแปลงสาธิตการพัฒนาที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมในพื้นที่ที่มีปัญหาดินเสื่อมโทรม เพื่อให้พื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องดินจากหลายๆ สาเหตุ กลับมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้อีก โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ในระยะหลัง จึงเป็นการรวบรวมความรู้ทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติจากหลากหลายสาขา มาใช้ร่วมกันในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และที่ปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ แนวคิดและตัวอย่างการจัดการทรัพยากรดินในศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 6 แห่ง ที่ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเพื่อทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการอนุรักษ์ดินและน้ำ เป็นตัวอย่างในการป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน การขยายพันธุ์พืชเพื่ออนุรักษ์ดินและบำรุงดิน และสนับสนุนให้เกษตรกรเรียนรู้เข้าใจวิธีการอนุรักษ์ดินและน้ำ การปรับปรุงบำรุงดิน สามารถนำไปปฏิบัติได้เอง ทรงมีพระราชดำรัสว่า “การปรับปรุงที่ดินนั้นต้องอนุรักษ์ผิวดิน ซึ่งมีความสมบูรณ์ไว้ไม่ให้ไถ หรือลอกหน้าดินทิ้งไป สงวนไม้ยืนต้น ที่ยังเหลืออยู่ เพื่อที่จะรักษาความชุ่มชื่นของผืนดิน” 

    ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2540 และ 27 ตุลาคม 2540 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงทรงมีพระราชกระแสกับ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวในที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยรับสั่งให้ดำเนินการในที่ดิน ดังนี้

      แปลงที่ 1 (เนื้อที่ 50 ไร่) ให้ดำเนินการศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวโดยวิธีธรรมชาติ คือ ใช้น้ำฝนชะล้างความเปรี้ยวเพียงอย่างเดียว โดยการขุดบ่อ 2 บ่อ บ่อละ 6 ไร่ ลึก 4 เมตร รอบๆ บ่อให้ทดลองปลูกแฝก จากนั้นให้ถ่ายน้ำออกเพื่อชะล้างความเป็นกรดจากบ่อหนึ่งไปยังอีกบ่อหนึ่งหลายๆ ครั้งในฤดูฝน ตรวจสอบความเป็นกรดของน้ำว่าเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ถ้ายังไม่เปลี่ยนแปลงให้เติมวัสดุปูน เพื่อปรับค่าความเป็นกรดเล็กน้อยและเติมปุ๋ยยูเรียลงไป จากนั้นให้สังเกตดูว่ามีสาหร่ายขึ้น และความเป็นกรดของน้ำลดลงหรือไม่ 

      แปลงที่ 2 (เนื้อที่ 30 ไร่) ให้ขุดสระ 2 สระ เพื่อไว้เก็บน้ำและให้นำน้ำจากภายนอกโครงการมาดำเนินการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวควบคู่ไปกับการใช้วัสดุปูน เพื่อจัดทำแปลงเกษตรตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่

      แปลงที่ 3 (เนื้อที่ 40 ไร่) ให้ดำเนินการจัดทำศูนย์ฝึกอาชีพ และฝึกอบรมให้แก่เกษตรกรหรือผู้ที่สนใจ

    ต่อมาสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2540 โดยให้ทดลองปลูกต้นกก กระจูด พืชน้ำ และไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ตลอดจนให้นำพันธุ์ไม้จากป่าพรุ ที่จังหวัดนราธิวาส และไม้เสม็ดมาทดลองปลูกในพื้นที่ลุ่มต่ำ ที่มีลักษณะคล้ายพื้นที่พรุ และเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2551 ให้นำผลไปขยายในแปลงเกษตรกร เพื่อเป็นตัวอย่างในการทำแปลงทฤษฎีใหม่บนดินเปรี้ยวด้วย

 

วัตถุประสงค์

    1. เพื่อศึกษาทดลองหาวิธีทางธรรมชาติในการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว และน้ำเปรี้ยว ด้วยการใช้น้ำฝน ชะล้างความเปรี้ยวให้ออกไปจากดิน และทำให้น้ำเปรี้ยวในสระเปรี้ยวน้อยลง ซึ่งทรงรับสั่งว่าเป็นทฤษฎีใหม่ขั้นต้น (Pre-new theory)

    2. เพื่อศึกษาทดลองการทำแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่บนพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด โดยใช้รูปแบบแตกต่างกันเพื่อปลูกพืชโดยมีวิธีการจัดการดินและน้ำที่เหมาะสม

    3. เพื่อให้ทราบทางเลือกในการจัดการดินและน้ำที่เหมาะสมสำหรับทำการเกษตรบนพื้นที่ดินเปรี้ยวจัดโดยยึดแนวพระราชดำริเป็นหลัก

    4. เพื่อจัดทำศูนย์ฝึกอบรม และฝึกอาชีพสำหรับเกษตรกรในพื้นที่ดินเปรี้ยว ให้มีการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม และมีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น

    5. เพื่อจัดทำเป็นศูนย์บริการทางวิชาการ และเป็นศูนย์สาธิตการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว สำหรับใช้ทำการเกษตร และใช้ประโยชน์ที่ดินในรูปแบบต่างๆ

    ปัจจุบันโครงการศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา ต.บ้านพริก อ.บ้านนา จ.นครนายก เป็นประโยชน์มหาศาลต่อพสกนิกรชาวไทยในการเรียนรู้วิธีแก้ไขปัญหาดินเสื่อมโทรมในรูปแบบต่างๆรวมทั้งการอนุรักษ์ดินให้เหมาะสมแก่การเกษตรซึ่งถือเป็นหลักประกันความมั่นคงด้านแหล่งอาหารของชาติ

 

 

อ้างอิง :

 

Powered by MakeWebEasy.com