อนิเมชั่นโครงการพระราชดำริ "โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำทอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ"

Last updated: 10 ม.ค. 2565  |  512 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อนิเมชั่นโครงการพระราชดำริ "โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำทอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ"

เมื่อคนรักป่า ป่าย่อมคืนความอุดมสมบูรณ์สู่ชุมชนโดยรอบ เป็นเสมือนซุปเปอร์มาร์เก็ตของชุมชน

  ความเป็นมา : พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปยังอำเภอศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย พระองค์ทรงได้เยี่ยมราษฎร และได้ทรงมีกระแสพระราชดำรัสว่า “บริเวณที่ตั้งอยู่ใกล้ป่าต้นน้ำห้วยทอน สมควรที่จะพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อช่วยเหลือราษฎรมีน้ำในการเพาะปลูก พัฒนาอาชีพให้มั่นคงและพัฒนาหมู่บ้าน ในรูปหมู่บ้านป่าไม้เพื่อป้องกันไม่ให้ราษฎรเข้าไปบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ”

  ทรงได้พระราชทานพระราชดำริ ในการพัฒนาแหล่งน้ำในบริเวณดังกล่าวเพิ่มเติมว่า ควรพิจารณาวางโครงการและก่อสร้างอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำทอน เพื่อจัดหาแหล่งน้ำ ช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกจำนวนหลายหมู่บ้าน หมู่บ้านวังน้ำมอก บ้านดอนขนุน บ้านภูพนังม่วง และหมู่บ้าน อื่นๆ ของอำเภอศรีเชียงใหม่ อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย และอำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี มีจำนวนพื้นที่โครงการ 76,250 ไร่ เป็นแหล่งกำเนิดของลำห้วยหลายสาย ได้แก่ ลำห้วยตะคลองใหญ่ ห้วยน้ำม้า ห้วยทราย และน้ำตกยูงทอง

วัตถุประสงค์

  1.  เพื่อป้องกันการชะล้างการพังทลายของหน้าดิน และป้องกันป่าต้นน้ำมิให้ถูกทำลายอีกต่อไป
  2.  เพื่อเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกร
  3.  เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ตลอดจนลดค่าใช้จ่ายต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตร โดยให้ใช้ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์
  4.  ป้องกันรักษาต้นน้ำลำธารและควบคุมไฟป่าในพื้นที่โครงการ
  5.  จัดที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยเพื่อพัฒนาและส่งเสริมอาชีพที่อยู่ในโครงการ
  6.  เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้กับราษฎรและเยาวชน

  หลักการ : ทรงพระราชดำริให้ดำเนินงานด้วยหลักการ การปลูกป่า 3 อย่าง ให้ประโยชน์ 4 อย่าง เป็นแนวคิดการผสมผสานการอนุรักษ์ ดิน น้ำ และการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ ควบคู่กับเศรษฐกิจ ด้วยการจำแนกป่า 3 อย่าง ดังนี้

  1.  ป่าไม้ใช้สอย คือ ไม้โตเร็ว สำหรับใช้ในครัวเรือน เช่นสะเดา ไม้ไผ่
  2.  ป่าไม้กินได้ คือ ไม้ผล เช่น มะม่วง และผักกินใบต่างๆ
  3.  ป่าไม้เศรษฐกิจ คือ ไม้ที่ปลูกไว้ขาย หรือไม้เศรษฐกิจ เช่น ไม้สัก

  ส่วนประโยชน์ 4 อย่าง จำแนกประโยชน์แต่ละอย่าง ดังนี้

  1.  สำหรับใช้สอย นำมาสร้างบ้าน ทำเล้าเป็ด เล้าไก่ หัตถกรรม หรือกระทั่งทำเป็นเชื้อเพลิงในการหุงต้ม
  2.  ป่าไม้กินได้ นำมาทำเป็นอาหาร ทั้งพืชกินใบ กินผล และเป็นสมุนไพร
  3.  ป่าไม้เศรษฐกิจ พืชที่สามารถนำไปขายได้ เป็นรายได้ของครัวเรือน
  4.  เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ 


ภาพป่าผืนเก่าได้ถูกลบเลือน ด้วยภาพป่าผืนใหม่ที่เขียวขจี จากต้นกล้าพระราชทาน

นับเป็นแสงแห่งพระบารมีที่จะส่องสว่างกลางใจปวงชนชาวไทยตราบนิรันดร์




Powered by MakeWebEasy.com