อนิเมชั่นโครงการพระราชดำริ "โครงการบำบัดน้ำเสียบึงมักกะสัน"

Last updated: 22 ธ.ค. 2564  |  889 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อนิเมชั่นโครงการพระราชดำริ "โครงการบำบัดน้ำเสียบึงมักกะสัน"

บึงมักกะสัน เป็นเสมือนดั่ง ไตธรรมชาติ ของกรุงเทพมหานคร

  ความเป็นมา : ในอดีต บึงมักกะสันเป็นแหล่งน้ำอยู่ในเขตโรงงานรถไฟ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ขุดขึ้นในปี 2474 เพื่อใช้เป็นแหล่งระบายน้ำ รองรับน้ำเสียและน้ำมันเครื่องจากโรงงานรถไฟ ประกอบกับรอบบึงมีชุมชนแออัด ซึ่งส่วนใหญ่ได้ปล่อยสิ่งปฏิกูลและขยะมูลฝอยลงสู่บึงมักกะสัน จนเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมและน้ำเน่าเสีย

  คงไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่า สภาพบึงมักกะสันที่เน่าเสียในอดีต จะกลับกลายเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่ใสสะอาดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร หากไม่ได้แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระองค์ทรงตระหนักถึงสภาวะมลพิษ และด้วยพระอัจฉริยะภาพของพระองค์ท่าน ที่เล็งเห็นประโยชน์ของผักตบชวา ที่คนส่วนมากมองว่าไร้ค่า เมื่อวันที่ 15 เมษายน และวันที่ 20 เมษายน 2528 จึงได้พระราชทานพระราชดำริ ให้หน่วยงานต่างๆ ร่วมกันปรับปรุงบึงมักกะสัน โดยให้นำผักตบชวา มาใช้เป็นเครื่องกรองน้ำธรรมชาติในการดูดซับสิ่งปฏิกูล และสารพิษ และเพื่อเป็นสถานที่กักเก็บน้ำ ช่วยระบายน้ำในหน้าฝน และบรรเทาสภาพน้ำเสียในคลองสามเสน ก่อนปล่อยลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

  หลักการ : โดยพระราชทานคำแนะนำ ให้ใช้ผักตบชวากรองน้ำเสีย เพราะผักตบชวามีคุณภาพทำหน้าที่เป็นตัวกรอง เรียกว่าเครื่องกรองน้ำธรรมชาติ ใช้ระบบสายลมและแสงแดด ด้วยการเลี้ยงผักตบชวาในกระชัง บริเวณกลางบึง ซึ่งเป็นพื้นทีเปิด สามารถรับแสงแดดได้อย่างเต็มที่ เมื่อน้ำไหลผ่านผักตบชวา จะเป็นตัวดูดซับสารอาหารและโลหะหนักในน้ำเสีย ซึ่งสามารถบำบัดได้วันละ 30,000-100,000 ลูกบาศก์เมตร และต่อมามีการเสริมเครื่องเติมอากาศแบบทุ่นลอยร่วมบำบัดด้วย ทำให้สามารถบำบัดน้ำเสียได้ วันละ 260.000 ลูกบาศก์เมตร

การทำงานของระบบอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่าง พืชน้ำ ได้แก่ สาหร่าย กับแบคทีเรีย ในช่วงเวลากลางวันสาหร่ายจะสังเคราะห์แสง ด้วยการใช้แสงแดดและคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำ สาหร่ายจะนำคาโบไฮเดรทไปใช้สร้างเซลใหม่ ส่วนออกซีเจนที่เป็นผลพรอยได้จะถูกแบคทีเรียนำไปใช้ย่อยสลายน้ำเสีย

 

 

วิธีการนี้เจ้าหน้าที่ต้องดูแลและตัดผักตบชวาที่ไม่สามารถใช้งานได้ออกทุกๆ สิบสัปดาห์ และเปลี่ยนผักตบชวาในทุกๆ สิบเดือน เพื่อให้การบำบัดน้ำเสีย มีประสิทธิภาพสูงสุด การพัฒนาบึงมักกะสัน จึงนับเป็นความสำเร็จที่เกิดจากพระปรีชาสามารถในเชิงวิชาการด้านนิเวศวิทยา และแก้ไขปัญหาภาวะมลพิษทางน้ำ โครงการบึงมักกะสัน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นบึงแห่งแรกในประเทศไทย ที่ใช้วิธีการบำบัดน้ำเสียตามธรรมชาติ เรียบง่าย และประหยัด เพื่อประโยชน์สูงสุดของปวงชนชาวไทย ในกรุงเทพมหานคร

นับเป็นแสงแห่งพระบารมีที่จะส่องสว่างกลางใจปวงชนชาวไทยตราบนิรันดร์

Powered by MakeWebEasy.com